เมื่อความร้อนทำพิษ: ทำไมแดดจ้าจึงทำให้เลือดกำเดาไหลได้ง่ายขึ้น
วิ่งเล่นกลางแดดอยู่ดีๆ ลูกก็ร้องไห้เดินมาหาพร้อมกับรอยเลือดสีแดงสดที่ไหลอาบช่องจมูกลงมาถึงริมฝีปาก ภาพนี้มักทำให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองหลายท่านตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งในวันที่สภาพอากาศร้อนจัดหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดอาการเลือดกำเดาไหลเฉียบพลันยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
โครงสร้างภายในจมูกของคนเรา โดยเฉพาะบริเวณส่วนหน้าของผนังกั้นช่องจมูกเป็นจุดที่มีเส้นเลือดฝอยมารวมตัวกันอยู่หนาแน่นมาก เส้นเลือดเหล่านี้มีความบอบบางและอยู่ชิดกับผิวเยื่อบุจมูกอย่างยิ่ง เมื่อเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ร่างกายจะตอบสนองด้วยการขยายตัวของหลอดเลือดส่วนปลายเพื่อระบายความร้อน ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งจากการสูญเสียความชุ่มชื้น ส่งผลให้เยื่อบุจมูกแห้งกรอบและเปราะบางลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเยื่อบุจมูกแห้งและหลอดเลือดฝอยขยายตัวเต็มที่ เพียงแค่การจาม การสั่งน้ำมูก หรือแม้แต่การเผลอขยี้จมูกเบาๆ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิด ภาวะเลือดกำเดาไหลเฉียบพลันจากความร้อนสะสมในร่างกายได้อย่างง่ายดาย
วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง: ก้มหน้า ไม่ใช่เงยหน้า
ความเชื่อเดิมๆ ที่บอกต่อกันมาว่าเมื่อเลือดกำเดาไหลให้เงยหน้าขึ้นและบีบจมูก แท้จริงแล้วเป็นวิธีที่ไม่แนะนำในทางการแพทย์ เพราะการเงยหน้าจะทำให้เลือดไหลย้อนลงไปในลำคอ ส่งผลให้เกิดการสำลัก เลือดระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารจนอาเจียนออกมา หรือในรายที่รุนแรงอาจอุดกั้นทางเดินหายใจได้
ขั้นตอนการดูแลที่ถูกต้องเมื่อเผชิญกับอาการเลือดกำเดาไหลเฉียบพลัน มีดังนี้
- ให้นั่งตัวตรงและก้มศีรษะลงเล็กน้อย: เพื่อให้เลือดไหลออกทางรูจมูกแทนการไหลย้อนลงคอ และช่วยลดความดันโลหิตในหลอดเลือดที่ศีรษะ
- บีบปีกจมูกทั้งสองข้างเข้าหากัน: ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือบีบส่วนที่เป็นเนื้อนิ่มของจมูกค้างไว้ประมาณ 5-10 นาที โดยในระหว่างนี้ให้หายใจทางปากแทน ห้ามปล่อยมือสลับมาดูบ่อยๆ เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังก่อตัวหลุดออก
- ประคบเย็นช่วยอีกแรง: นำผ้าชุบน้ำเย็นจัดหรือถุงน้ำแข็งห่อผ้ามาประคบบริเวณดั้งจมูก หน้าผาก หรือรอบคอ ความเย็นจะช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
- พักผ่อนและห้ามแคะจมูก: หลังจากเลือดหยุดไหลแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก การแคะจมูก หรือการทำกิจกรรมหนักๆ อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้แผลในโพรงจมูกสมานตัวได้สนิท
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องเข้าพบแพทย์โดยด่วน
แม้ว่าอาการเลือดกำเดาไหลจากความร้อนส่วนใหญ่จะสามารถหยุดได้เองด้วยการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่รุนแรงกว่านั้น หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
- บีบปีกจมูกอย่างถูกวิธีและประคบเย็นอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 20 นาทียังไม่มีท่าทีที่เลือดจะหยุดไหล
- เลือดไหลออกมาในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว หรือไหลออกทางปากร่วมด้วย
- มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม ซีดเซียว หรือหมดสติ
- มีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ซึ่งอาจต้องได้รับการตรวจเช็กระบบการแข็งตัวของเลือดหรือความดันโลหิต
วิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากเลือดกำเดาไหลในวันอากาศร้อน
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งเมื่อเจออากาศร้อน การปรับพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยลดความถี่ของอาการได้อย่างมีนัยสำคัญ
เริ่มต้นจากการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดทั้งวันเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกายและเยื่อบุผิว หากต้องอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานซึ่งมักมีความชื้นต่ำ อาจพิจารณาใช้เครื่องพ่นไอน้ำเพิ่มความชื้นในอากาศ หรือใช้เจลทาจมูกสูตรอ่อนโยนเพื่อเคลือบผิวจมูกไม่ให้แห้งจนเกินไป
หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัดโดยตรง หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรใส่หมวกปีกกว้างหรือกางร่ม และหมั่นสังเกตอาการตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยในทุกช่วงฤดูกาล