ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ ถึงปวดท้องเรื้อรังและถ่ายไม่ออก? อาจไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวนธรรมดา

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือถ่ายเป็นมูกเลือดมานานเป็นเดือนๆ หลายคนมักจะกังวลไปก่อนว่าเป็นมะเร็งลำไส้ หรือบางคนก็คิดว่าเป็นแค่โรคลำไส้แปรปรวนที่เครียดแล้วปวดท้อง แต่ถ้าอาการเหล่านี้เป็นๆ หายๆ ไม่จบไม่สิ้น หมออยากให้รู้จักกับโรคโครห์น (Crohn's disease) เอาไว้บ้างครับ เพราะนี่คือโรคอักเสบเรื้อรังของทางเดินอาหารที่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

โรคโครห์นคืออะไร แล้วทำไมร่างกายถึงสู้กับตัวเอง

อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด โรคโครห์นคือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเราเกิดความเข้าใจผิด ไปโจมตีเยื่อบุทางเดินอาหารของเราเองจนเกิดการอักเสบครับ ความน่าสนใจของโรคนี้คือ มันสามารถเกิดการอักเสบได้ตั้งแต่ช่องปากไปจนถึงทวารหนักเลย แต่ตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือช่วงรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กส่วนปลายกับลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญคือการอักเสบนี้ไม่ได้อยู่ที่ผิวๆ แต่มันกินลึกเข้าไปถึงชั้นเนื้อเยื่อของลำไส้เลยทีเดียว

สัญญาณเตือนที่ร่างกายพยายามบอกเรา

อาการของโรคนี้มักจะไม่มาแบบตู้มเดียว แต่จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจนเราอาจชินชาไปเอง โดยสัญญาณที่หมอมักเจอในคนไข้มีดังนี้ครับ

  • อาการปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านขวา
  • ท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายบ่อยและถ่ายเหลวติดต่อกันเกิน 6 สัปดาห์
  • มีมูกเลือดปนมากับอุจจาระ
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุและรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา
  • มีไข้ต่ำๆ หรือมีแผลร้อนในในปากบ่อยครั้ง

โรคโครห์นต่างจากโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังอย่างไร

คนไข้หลายคนสับสนระหว่างโรคโครห์นกับโรคลำไส้อักเสบอีกชนิดที่เรียกว่า Ulcerative Colitis ครับ จุดต่างสำคัญคือ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบมักจะจำกัดวงอยู่แค่ที่ลำไส้ใหญ่และเป็นแค่ผิวชั้นใน แต่สำหรับโรคโครห์นนั้น การอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกจุดตลอดทางเดินอาหาร และมักจะเป็นแบบเป็นจุดๆ ไม่ได้อักเสบต่อเนื่องกันทั้งแถบ ซึ่งความยากในการรักษาอยู่ที่การอักเสบที่ลึกกว่านี่เอง

วิธีดูแลและรักษาในปัจจุบัน

ข่าวดีคือแม้ว่าโรคโครห์นจะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก แต่เราสามารถควบคุมอาการให้สงบได้จนคนไข้ใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ หัวใจสำคัญคือการกินยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มยาที่ช่วยปรับภูมิคุ้มกัน หรือยาต้านการอักเสบ รวมถึงในรายที่อาการรุนแรงมาก อาจต้องใช้การผ่าตัดร่วมด้วยหากพบว่าลำไส้เกิดการตีบตันหรือมีฝีหนอง

ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขแม้ต้องอยู่กับโรคนี้

การปรับพฤติกรรมคือยาวิเศษอย่างหนึ่งครับ คนไข้ควรจดบันทึกอาหารที่ทานแล้วกระตุ้นให้อาการแย่ลง เช่น อาหารที่มีกากใยสูงในช่วงที่ลำไส้อักเสบ หรืออาหารไขมันสูง นอกจากนี้การจัดการความเครียดและการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความเครียดมีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานผิดพลาด และที่สำคัญที่สุดคือการนัดติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่อาการดูปกติแล้วก็ตาม

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down