ลูกเริ่มพูดช้าหรือยังไม่ยอมเดิน พ่อแม่ควรเริ่มกังวลตอนไหนดี
เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนตามนัด สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะถามเสมอคือ ลูกเริ่มทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้หรือยัง เช่น เรียกว่าแม่ได้หรือยัง หรือเดินคล่องหรือยัง บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกกังวลใจลึกๆ ว่าทำไมลูกถึงดูช้ากว่าเด็กข้างบ้าน หรือทำไมยังไม่ยอมพูดเป็นคำๆ สักที ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติมากสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่
ในความเป็นจริง เด็กแต่ละคนมีธรรมชาติและจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง บางคนเดินเร็วแต่พูดช้า บางคนพูดเก่งแต่ขี้อาย แต่จะมีจุดสังเกตบางอย่างที่หมอเรียกว่าสัญญาณเตือน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีแนวทางการประเมินและคัดกรองเบื้องต้น เพื่อจะได้รู้เท่าทันและช่วยเหลือเด็กๆ ได้อย่างถูกจังหวะเวลา ก่อนที่ปัญหาเล็กๆ จะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการเรียนรู้เมื่อโตขึ้น
ห้องตรวจหมอพัฒนาการเด็ก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
หลายครอบครัวมักจะกลัวเวลาที่หมอแนะนำให้มาพบกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม เพราะคิดว่าลูกจะต้องโดนทดสอบยากๆ หรือโดนดุว่าเลี้ยงลูกอย่างไรถึงเป็นแบบนี้ หมออยากบอกภาพใหม่ให้สบายใจเลยว่า ห้องตรวจพัฒนาการไม่ได้น่ากลัวเลย บรรยากาศจะเหมือนห้องเล่นของเล่นมากกว่าห้องตรวจโรค
ขั้นตอนการประเมินเบื้องต้น หมอจะเริ่มจากการพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ก่อน เพื่อเก็บข้อมูลว่าตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้ น้องมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง กินนอนปกติไหม เข้าสังคมกับคนอื่นอย่างไร จากนั้นหมอจะชวนเด็กเล่นของเล่นตามวัย พูดคุย วาดรูป หรือสังเกตวิธีที่น้องหยิบจับสิ่งของ การสื่อสารกับเรา ซึ่งเด็กๆ มักจะสนุกสนานและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังรับการประเมินอยู่
เครื่องมือและแบบคัดกรองที่หมอใช้ดูพัฒนาการลูกน้อย
เพื่อให้การประเมินมีความแม่นยำและเป็นสากล กุมารแพทย์จะมีเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ตรวจเช็กพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย ซึ่งครอบคลุมหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการเคลื่อนไหว ด้านการใช้มือหยิบจับ ด้านการภาษาและการสื่อสาร และด้านการช่วยเหลือตัวเองและสังคม
- แบบประเมินเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM): เป็นเครื่องมือหลักที่คุณหมอใช้พูดคุยและให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยสังเกตพฤติกรรมลูกตามช่วงอายุจริง
- การสังเกตการเล่นและการตอบสนอง: หมอจะดูว่าน้องสบตาเราไหม เวลาเรียกชื่อหันมารับรู้หรือเปล่า และเข้าใจคำสั่งง่ายๆ ได้ดีแค่ไหน
- แบบคัดกรองเฉพาะโรค: หากหมอสงสัยเรื่องภาวะออทิสติก สมาธิสั้น หรือความบกพร่องทางการเรียนรู้ ก็จะมีแบบสอบถามเชิงลึกสำหรับพ่อแม่และครูเพิ่มเติม
สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าควรพาลูกมาเช็กด่วน
คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้บ้านเป็นสนามประเมินเบื้องต้นได้เลย หากสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ แนะนำว่าควรพามาพบกุมารแพทย์พัฒนาการเพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียดจะดีที่สุด
- อายุ 9 เดือน: น้องยังไม่ส่งเสียงอืออ้าโต้ตอบ ไม่ยิ้มตอบ หรือไม่มองหน้าสบตาเวลาเราอุ้มหรือคุยด้วย
- อายุ 12 เดือน: ยังไม่หันตามเสียงเรียก ไม่โบกมือบ๊ายบาย หรือยังไม่เกาะยืน
- อายุ 18 เดือน: ยังไม่พูดคำที่มีความหมายเลยสักคำ หรือชี้ของที่อยากได้ไม่เป็น
- อายุ 2 ปี: ยังพูดคำที่มีความหมายติดต่อกันสองคำไม่ได้ (เช่น ไปกิน แม่มา) หรือไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ
- ทุกช่วงวัย: หากเคยทำอะไรได้แล้วจู่ๆ ก็เลิกทำไปเฉยๆ หรือมีพฤติกรรมซ้ำๆ แปลกๆ ที่ควบคุมยาก
ตรวจเจอเร็วช่วยลูกได้มากแค่ไหน
สิ่งสำคัญที่สุดที่หมออยากฝากไว้คือ สมองของเด็กในช่วงขวบปีแรกเติบโตและพัฒนาเร็วมาก เปรียบเสมือนฟองน้ำที่พร้อมจะซึมซับทุกอย่าง ดังนั้น หากเราใช้แนวทางการประเมินและคัดกรองเบื้องต้นแล้วพบว่าน้องมีพัฒนาการบางด้านที่ล่าช้า การได้รับการวินิจฉัยและเริ่มกระบวนการกระตุ้นหรือฝึกอบรมที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยพลิกสถานการณ์ได้มหาศาล
การฝึกพูด การทำกายภาพบำบัด หรือการปรับพฤติกรรมในวัยเด็กเล็ก ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรอให้โตแล้วค่อยแก้ปัญหาหลายเท่าตัว พ่อแม่ท่านไหนที่กำลังลังเลว่าลูกเราปกติไหม ลองปรึกษากุมารแพทย์ใกล้บ้านดูได้เลย เพื่อความสบายใจและอนาคตที่สดใสของเจ้าตัวเล็ก