หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับไวรัสตับอักเสบ B กันมาบ้างแล้ว เพราะเป็นโรคที่พูดถึงกันบ่อยและตรวจพบได้ค่อนข้างง่ายในการตรวจสุขภาพประจำปี แต่พอพูดถึงไวรัสตับอักเสบชนิดเอ หรือ Hepatitis A หลายคนมักจะนึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดว่าเป็นโรคของคนอื่นที่ไม่ใช่เรา เวลาที่หมอแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ ผู้ป่วยมักจะถามกลับมาบ่อยๆ ว่ามันจำเป็นจริงๆ หรือ ทั้งที่จริงแล้ว โรคนี้อยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิดมาก โดยเฉพาะคนชอบกินอาหารนอกบ้าน สตรีทฟู้ด หรืออาหารทะเลสุกๆ ดิบๆ
ไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อง่ายกว่าที่คิด แค่อาหารจานด่วนก็อาจแจ็คพอตได้
โรคนี้ไม่ได้ติดต่อทางเลือดหรือเพศสัมพันธ์เหมือนชนิดบีและซีนะครับ แต่เจ้าไวรัสเอเนี่ยะ มันติดต่อผ่านสิ่งที่เรากินเข้าไปโดยตรง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าระบบทางเดินอาหาร พูดง่ายๆ คือ อาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนเข้าไป แล้วเรากินเข้าไปไม่รู้ตัว เชื้อตัวนี้ก็จะเดินทางไปบุกตับของเราทันที
ความน่ากลัวคือ เชื้อไวรัสชนิดนี้มีความทนทานสูงในสิ่งแวดล้อม ความร้อนระดับอุ่นๆ หรือน้ำแข็งตามร้านค้าทั่วไป ไม่สามารถฆ่ามันได้หมด ถ้าแม่ค้าหรือคนปรุงอาหารล้างมือไม่สะอาด หรือวัตถุดิบไม่สดพอ เราก็มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อได้ทันที อาการที่มักจะตามมาคือ ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลียเบื่ออาหารอย่างรุนแรง ปวดท้องใต้ชายโครงขวา ซึ่งบางคนที่เป็นตอนเด็กอาจจะอาการไม่หนัก แต่ถ้ามาเป็นตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อาการจะรุนแรงกว่ามาก บางรายตับอักเสบรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนก็มี
รู้จักกับวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ ตัวช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ตับ
ข่าวดีคือ เราสามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมากๆ ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ซึ่งหลักการทำงานของวัคซีนก็เหมือนกับการจำลองสนามซ้อมให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราได้รู้จักหน้าตาของเชื้อโรคตัวนี้ไว้ล่วงหน้า เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันขึ้นมาจัดการกับเชื้อไวรัสได้อย่างทันท่วงที หากวันหนึ่งบังเอิญไปกินอาหารปนเปื้อนเชื้อเข้าไปจริงๆ
ตัววัคซีนเองมีความปลอดภัยสูงมาก ผ่านการใช้งานมาหลายสิบปี และผลข้างเคียงส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งหายได้เองภายในไม่กี่วัน การลงทุนฉีดวัคซีนจึงคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับการต้องมานอนรักษาตัวตับอักเสบเฉียบพลันที่โรงพยาบาล
ฉีดกี่เข็มถึงจะอุ่นใจ และภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานแค่ไหน?
คำถามยอดฮิตเวลาคนไข้มาปรึกษาที่ห้องตรวจคือ ต้องฉีดกี่เข็มถึงจะป้องกันได้จริง สำหรับวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ โดยทั่วไปจะมีตารางการฉีดที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันในระยะยาว
- เข็มแรก: เริ่มต้นฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันรอบแรก
- เข็มที่สอง: ฉีดซ้ำเพื่อกระตุ้นย้ำ โดยมักจะเว้นระยะจากเข็มแรกประมาณ 6 ถึง 12 เดือน
เมื่อรับครบทั้งสองเข็มแล้ว ร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในระดับที่สูงมาก และอยู่ยาวนานไปได้หลายสิบปี หรือเรียกได้ว่าเกือบตลอดชีวิตเลยทีเดียว ทำให้เราใช้ชีวิต กินของอร่อย เที่ยวต่างจังหวัด หรือเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องคอยระแวงว่าตับจะพังเพราะอาหารมื้อไหน
ใครบ้างที่หมอแนะนำว่าควรฉีดวัคซีนตัวนี้ด่วนๆ?
แม้ว่าทุกคนจะสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอได้ แต่จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่หมออยากแนะนำเป็นพิเศษ เพราะถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากกว่าคนอื่น:
- คนรักการกินอาหารนอกบ้าน: สายคาเฟ่ สายสตรีทฟู้ด หรือคนที่ต้องกินอาหารตามสั่งเป็นประจำทุกวัน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับตับอยู่แล้ว: เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสบีหรือซี ไขมันพอกตับ หากติดเชื้อไวรัสเอเพิ่มเข้าไป จะทำให้ตับพังเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
- คนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ: โดยเฉพาะประเทศที่มีสุขอนามัยหรือระบบน้ำดื่มที่ยังไม่ค่อยสะอาดนัก
- บุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อ: ที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคสูงกว่าคนทั่วไป
เช็คความพร้อมก่อนฉีดวัคซีน และการเตรียมตัวเบื้องต้น
ก่อนที่จะตัดสินใจเดินมาคลินิกเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ หมอมักจะแนะนำให้ตรวจเลือดเช็คภูมิต้านทานเดิมกันก่อนสักนิด เพราะคนไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่อายุเกิน 30-40 ปีขึ้นไป อาจจะเคยติดเชื้อนี้มาแล้วโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่เด็ก และร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองตามธรรมชาติแล้ว ถ้าตรวจพบว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว ก็ไม่ต้องเสียเงินฉีดซ้ำอีก แต่ถ้าตรวจแล้วยังไม่มีภูมิ ก็สามารถเริ่มต้นฉีดเข็มแรกได้ทันทีในวันนั้นเลย
การดูแลตัวเองหลังฉีดก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก แค่หลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยแขนข้างที่ฉีด งดการนวดแรงๆ บริเวณรอยเข็ม และหากมีอาการปวดตึงหรือไข้ต่ำๆ สามารถกินยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการได้ตามความเหมาะสม ดูแลตับของเราตั้งแต่วันนี้ด้วยวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ เพื่อให้เรายังคงเอ็นจอยกับของอร่อยรอบตัวได้อย่างไร(กังวลใจ)