ช่วงวัยรุ่นถือเป็นช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของร่างกาย ทั้งส่วนสูงที่พุ่งพรวด หน้าตาที่เริ่มเปลี่ยนไป และอีกหนึ่งเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ สำหรับเด็กผู้ชายก็คือเรื่องของเสียง จากเด็กชายเสียงใสๆ อยู่ดีๆ วันหนึ่งเสียงก็เริ่มแหบ ทุ้มต่ำลง และบางครั้งก็พูดแล้วเสียงหลงจนเพื่อนล้อ
ในฐานะหมอ เวลาคุณแม่พาคุณลูกชายวัยรุ่นมาปรึกษาด้วยเรื่องเสียงแหบ เจ็บคอ หรือกลัวว่าจะเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือเปล่า มักจะต้องอธิบายให้ฟังเสมอว่านี่คือธรรมชาติของพัฒนาการของกล่องเสียงและสายเสียงในวัยรุ่นชายที่กำลังเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในลำคอของเราในช่วงเวลานี้
ทำไมอยู่ดีๆ เสียงเด็กผู้ชายถึงเปลี่ยนไป
ความลับเบื้องหลังเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายเริ่มต้นมาจากฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่าเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งหลั่งออกมาอย่างรวดเร็วในช่วงวัยรุ่น ฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ทำให้ร่างกายโตขึ้นอย่างเดียว แต่ยังมีผลโดยตรงต่อกระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ โดยเฉพาะอวัยวะที่เรียกว่ากล่องเสียง
เมื่อฮอร์โมนพุ่งสูงขึ้น กล่องเสียงและสายเสียงจะเริ่มขยายขนาดและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้โครงสร้างภายในลำคอปรับตัว ซึ่งเป็นที่มาของเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน หรือที่เราเรียกติดปากว่าเสียงแตกหนุ่มนั่นเอง
จุดสังเกต ลูกกระเดือกโตขึ้นและสายเสียงยาวหนาขึ้น
ถ้าลองสังเกตดูน้องๆ วัยรุ่นชาย จะเริ่มเห็นก้อนเนื้อนูนขึ้นมาบริเวณกลางลำคอ หรือที่เรียกว่าลูกกระเดือก (Adam's apple) ชัดเจนขึ้น ซึ่งในผู้หญิงก็มีกล่องเสียงเช่นกัน แต่จะไม่มีการขยายตัวเด่นชัดเท่าผู้ชาย
นอกเหนือจากลูกกระเดือกที่โตขึ้นแล้ว ตัวสายเสียงที่อยู่ข้างในก็มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่สำคัญด้วย ได้แก่:
- สายเสียงยาวขึ้น: เหมือนกับสายกีตาร์ที่ถูกดึงให้ยาวขึ้น
- สายเสียงหนาขึ้น: กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบๆ หนาตัวขึ้นตามฮอร์โมน
- ช่องว่างในกล่องเสียงกว้างขึ้น: รองรับการขยายตัวของกระดูกอ่อน
ด้วยความที่สายเสียงทั้งยาวและหนาขึ้นนี่เอง เวลาที่ลมหายใจผ่านแล้วทำให้สายเสียงสั่นสะเทือน จึงเกิดเป็นคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่ำลง ทำให้เสียงพูดออกามีความทุ้ม นุ่ม และเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงรอยต่อของเสียง ทำไมถึงคันคอ เสียงแหบ หรือพูดแล้วเสียงหลง
ในช่วงที่กล่องเสียงกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่วัยรุ่นยังไม่คุ้นเคยกับการควบคุมขนาดและน้ำหนักใหม่ของกล่องเสียง ทำให้เกิดอาการแปลกๆ ที่หลายคนกังวล เช่น เสียงแหบแห้งโดยไม่มีอาการไข้หวัด รู้สึกระคายเคืองหรือคันยิบๆ ในลำคอ รวมถึงอาการเสียงหลง เสียงสูงๆ ต่ำๆ สลับกันในประโยคเดียว
อาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ ไม่ใช่ความผิดปกติของเส้นเสียงหรือโรคร้ายแรงแต่อย่างใด เป็นเพียงช่วงปรับตัวของกลไกการเปล่งเสียงที่ใช้เวลาสักระยะ เมื่อร่างกายหยุดโตและระบบประสาทควบคุมกล้ามเนื้อกล่องเสียงทำงานได้เข้าที่แล้ว เสียงจะนิ่งและคงที่ไปเอง
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และตัวน้องๆ เองควรทำความเข้าใจคือ ไม่ควรไปฝืนดัดเสียง หรือพยายามบังคับให้เสียงกลับมาเป็นเด็กตลอดเวลา เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็งและระคายเคืองมากกว่าเดิม รวมถึงควรดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ เพื่อช่วยชุ่มคอในช่วงที่มีอาการระคายเคืองจากการขยายตัวของเนื้อเยื่อ
อาการแบบไหนที่เสียงเปลี่ยนแบบนี้ แล้วต้องรีบมาหาหมอ
ถึงแม้ว่าอาการเสียงแตกหนุ่มจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็มีบางกรณีที่อาการเสียงแหบอาจไม่ใช่เรื่องของฮอร์โมน หากคุณผู้ชายหรือคุณแม่สังเกตพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจดูภายในกล่องเสียงอย่างละเอียด:
- เสียงแหบต่อเนื่องยาวนานเกิน 3 สัปดาห์โดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทั้งที่ไม่มีไข้หรืออาการหวัดร่วมด้วย
- มีอาการเจ็บคอมาก กลืนน้ำลายลำบาก หรือเจ็บลามไปที่หู
- หายใจมีเสียงดังหวีด หายใจลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคออยู่ตลอดเวลา
- คลำพบก้อนเนื้อแข็งบริเวณลำคอหรือใต้คางร่วมด้วย
พัฒนาการของกล่องเสียงและสายเสียงในวัยรุ่นชายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเติบโต ขอให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและคอยให้กำลังใจลูกชายในช่วงที่เสียงกำลังปรับเปลี่ยน ส่วนน้องๆ วัยรุ่นก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะอาการเสียงหลงหรือเสียงแหบนี้เป็นเพียงแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้นเอง