ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกน้อยตัวร้อนบ่อย ผิดปกติหรือไม่

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักตกใจทุกครั้งที่เห็นลูกน้อยตัวร้อนจี๋ ทั้งที่เพิ่งเล่นสนุกหรือได้รับวัคซีนมาไม่นาน ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติของคนเป็นพ่อแม่ แต่ก่อนจะรีบหยิบยามาป้อน เราอยากชวนมาทำความเข้าใจว่า ร่างกายที่เล็กจิ๋วของลูกน้อยมีการทำงานอย่างไรในการต่อสู้กับเชื้อโรค และทำไมไข้ถึงไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป

กลไกการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเด็ก

ระบบภูมิคุ้มกันเด็กเปรียบเสมือนกองทัพทหารที่เพิ่งตั้งไข่ ในช่วงแรกเกิดภูมิคุ้มกันจะได้รับมาจากคุณแม่ผ่านทางรกและน้ำนม แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น ร่างกายจะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองจากการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม เชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียที่อยู่รอบตัว

เมื่อเชื้อโรคหลุดรอดเข้าไปในร่างกาย เม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่เป็นหน่วยรบหลักในการจดจำและเข้าทำลายเชื้อเหล่านั้น กระบวนการนี้อาจทำให้ร่างกายเกิดการตอบสนองที่เห็นชัดเจน นั่นคือการเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายขึ้นเพื่อให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเติบโตของเชื้อโรค ซึ่งเราเรียกว่า ไข้ นั่นเอง

ทำไมไข้ถึงเป็นสัญญาณเตือนที่ดี

หลายคนมองว่าไข้คืออาการป่วยที่ต้องกำจัดทิ้งทันที แต่ในมุมมองทางการแพทย์ ไข้คือ กลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติ การที่ลูกตัวร้อนหมายความว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อกำจัดผู้บุกรุก ดังนั้นการมีไข้ต่ำๆ จึงเป็นสัญญาณว่าร่างกายลูกน้อยกำลังเรียนรู้และพัฒนาภูมิต้านทานของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น

เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มช่วยลูกลดไข้

แม้ว่าไข้จะเป็นกระบวนการที่ดี แต่ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไปจนลูกเริ่มเพลีย งอแง กินไม่ได้ หรือมีอาการซึม เราก็ควรมีวิธีจัดการที่เหมาะสม

  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อระบายความร้อนจากผิวหนัง
  • ให้ลูกดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากการเสียเหงื่อ
  • สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี
  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดและน้ำหนักตัวที่เหมาะสม เมื่อลูกมีอาการงอแงหรือไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส

อาการแบบไหนที่เตือนว่าควรพาลูกไปหาหมอ

แม้ไข้จะเป็นเรื่องธรรมดา แต่มีบางสถานการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่

  • ลูกมีไข้สูงติดต่อกันนานเกิน 2-3 วัน
  • มีอาการชักร่วมด้วย
  • ลูกมีอาการซึม ไม่ร่าเริง กินนมหรืออาหารได้น้อยลงมาก
  • มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ผื่นขึ้น หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนรุนแรง หรือถ่ายเหลวผิดปกติ

การเข้าใจการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเด็กจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับอาการไข้ได้อย่างใจเย็นและมั่นใจมากขึ้น จำไว้ว่าร่างกายของลูกน้อยมีความสามารถในการปรับตัวและเยียวยาตัวเองได้ดีเยี่ยม เพียงแค่เราดูแลให้ถูกจังหวะและคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down