ลูกร้องกวนไม่หยุด งอแงชักขาเข้าหาอก: สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
เวลาที่ลูกน้อยวัยแบเบาะร้องไห้งอแง พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงอาการปวดท้องจากท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือหิวนม แต่ถ้าลูกมีอาการร้องไห้จ้าแบบกะทันหัน ร้องเสียงดังลั่นเพราะความเจ็บปวด ชักขาเข้าหาลำตัว แล้วอยู่ๆ ก็เงียบไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะกลับมาร้องซ้ำแบบเดิมอีกทุกๆ 15 ถึง 20 นาที นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วครับ อาอาการแบบนี้คือสัญญาณเตือนคลาสสิกของโรคลำไส้กลืนกัน ภาวะเร่งด่วนทางศัลยกรรมในเด็กเล็กที่หมออยากให้พ่อแม่ทุกคนทำความรู้จักไว้ครับ
โรคลำไส้กลืนกันคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
พูดให้เข้าใจง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้าน โรคนี้มันคือเหตุการณ์ที่ลำไส้ส่วนต้น เกิดอาการมุดหรือเลื่อนเข้าไปซ้อนอยู่ในลำไส้ส่วนที่อยู่ติดกัน เหมือนกับการพับเก็บของกล้องส่องทางไกลหรือเสาอากาศวิทยุโบราณ เมื่อลำไส้เกิดการสอดซ้อนกันแบบนั้น มันจะไปดึงรั้งเส้นประสาทและหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยง ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดภาวะลำไส้ขาดเลือด บวมอักเสบ และถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปโดยไม่รีบรักษา ลำไส้ส่วนนั้นอาจเน่าทะลุ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว
เด็กวัยไหนเสี่ยงที่สุด และเกิดจากสาเหตุอะไร?
โรคนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในเด็กเล็กช่วงอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 3 ขวบ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายจะพบได้บ่อยกว่าเด็กผู้หญิง สำหรับสาเหตุที่แน่ชัดนั้น ในเด็กเล็กส่วนใหญ่มักจะไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน อาจเกิดจากการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติชั่วคราว หรือต่อมน้ำเหลืองในลำไส้โตขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหาร ทำให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบตัวผิดจังหวะจนดึงลำไส้ให้มุดเข้าไปหากกัน แต่ในเด็กโตบางราย อาจเกิดจากติ่งเนื้อหรือความผิดปกติของผนังลำไส้ที่เป็นตัวเหนี่ยวนำ
สังเกตอาการเหล่านี้: ลูกกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
นอกจากอาการร้องกวนเป็นพักๆ ที่บอกไปแล้ว โรคลำไส้กลืนกันยังมีอาการอื่นๆ ที่สังเกตได้ไม่ยาก ดังนี้ครับ
- อาเจียนพุ่ง: ในช่วงแรกเด็กอาจอาเจียนออกมาเป็นนมหรืออาหารที่กินเข้าไป แต่พอนานเข้าอาจมีน้ำ The หรือน้ำย่อยปนสีเขียวเหลือง
- อุจจาระมีเลือดปน: นี่คือจุดสังเกตที่สำคัญมาก เมื่อลำไส้เบียดกันและเริ่มขาดเลือด จะมีเมือกปนเลือดไหลออกมาทางทวารหนัก ลักษณะจะคล้ายกับเยลลี่สีแดงเข้มหรือแยมสตรอเบอร์รี่
- คลำพบก้อนที่ท้อง: คุณหมอเวลาตรวจร่างกายมักจะคลำเจอ ก้อนเนื้อนิ่มๆ ยาวๆ บริเวณท้องส่วนบนหรือด้านขวา ซึ่งก็คือตัวลำไส้ที่ซ้อนกันอยู่นั่นเอง
- ซึมลงและอ่อนเพลีย: เมื่อปวดท้องมากๆ และร่างกายเสียน้ำจากการอาเจียน เด็กจะเริ่มหมดแรง ซึมลง ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ
วิธีตรวจวินิจฉัยของแพทย์
เมื่อคุณพ่อพาลูกมาที่โรงพยาบาลด้วยอาการน่าสงสัยเหล่านี้ หมอจะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น หากสงสัยว่าเป็นโรคลำไส้กลืนกันจริงๆ การตรวจยืนยันที่แม่นยำที่สุดคือการทำอัลตราซาวนด์ช่องท้อง ซึ่งปลอดภัย ไม่เจ็บ และเห็นภาพลำไส้ที่ซ้อนกันได้อย่างชัดเจนเหมือนเป้าเป้าธนู นอกจากนี้ในบางกรณีอาจมีการใช้เอกซเรย์ร่วมด้วยเพื่อดูความผิดปกติในช่องท้อง
วิธีรักษา: ทำไมเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด?
การรักษาโรคลำไส้กลืนกันขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เด็กมีอาการ หากมาหาหมอเร็วภายใน 24 ชั่วโมงแรก โอกาสรักษาให้หายโดยไม่ต้องผ่าตัดจะมีสูงมากครับ โดยแพทย์ทางรังสีวิทยาจะทำการสวนแป้งหรือสวนลมผ่านทางทวารหนัก เพื่อดันให้ลำไส้ที่สอดซ้อนกันอยู่วิ่งกลับออกมาสู่ตำแหน่งเดิม ซึ่งได้ผลดีและแผลหายไว
แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนลำไส้บวมมาก ขาดเลือด หรือเริ่มเน่า การสวนลมหรือสวนแป้งจะไม่สามารถทำได้แล้ว แพทย์จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อตัดลำไส้ส่วนที่เน่าออก และเย็บต่อลำไส้เข้าด้วยกัน ซึ่งใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าและมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก
สรุปจากใจแพทย์
โรคลำไส้กลืนกันเป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรรอให้หายเอง หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกน้อยร้องไห้งอแงเป็นพักๆ ร่วมกับอาเจียนพุ่ง และมีอุจจาระปนเลือดเหมือนแยมสตรอเบอร์รี่ อย่ารอช้าเด็ดขาดครับ รีบพาตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพราะการมาพบแพทย์เร็ว คือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะช่วยลูกน้อยให้ปลอดภัยและไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ครับ