ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกดูการ์ตูนบู๊แล้วทำไมถึงมาเตะต่อยแม่?

เวลาที่นั่งมองลูกจ้องหน้าจอแท็บเล็ตหรือทีวี หลายบ้านมักจะเห็นภาพเด็กๆ อินกับฉากต่อสู้ ตัวละครวิ่งไล่ล่า หรือใช้ความรุนแรงจัดการปัญหา แต่พอปิดจอแล้วพฤติกรรมเหล่านั้นกลับติดตัวเด็กออกมาวิ่งชนคนในบ้าน ตีพี่ หรือใช้คำพูดรุนแรงใส่พ่อแม่จนน่าตกใจ

ในฐานะหมอเด็กและคนดูแลสุขภาพจิตครอบครัว ผมมักจะเจอคุณพ่อคุณแม่พามาปรึกษาด้วยความกังวลใจว่า ลูกกำลังกลายเป็นเด็กก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ และความรุนแรงในจอภาพยนตร์ คลิปวิดีโอ หรือเกมออนไลน์ กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมสมองของเด็กๆ ไปมากแค่ไหน

สมองเด็กเล็กกับการดูดซับความรุนแรงจากหน้าจอ

ตามธรรมชาติของสมองเด็ก โดยเฉพาะช่วงปฐมวัย ระบบการคิดวิเคราะห์เหตุผลและส่วนควบคุมอารมณ์ยังพัฒนาไม่เต็มที่ สมองส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนเบรกยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เมื่อเด็กๆ เสพสื่อที่มีความรุนแรง สมองจะจดจำภาพเหล่านั้นผ่านเซลล์ประสาทกระจกเงา หรือ Mirror Neurons ซึ่งมีหน้าที่ทำให้มนุษย์เรียนรู้ เลียนแบบ และอินไปกับการกระทำของผู้อื่นโดยอัตโนมัติ เด็กยังแยกแยะไม่ได้ว่าสิ่งไหนคือเรื่องสมมติในจอ หรือสิ่งไหนคือความจริงที่ทำร้ายคนอื่นเจ็บจริงๆ ในชีวิตประจำวัน

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังอินกับความรุนแรงเกินไป

  • ชอบทำท่าทาง เลียนแบบคำพูด หรือใช้กำลังตามตัวละครในสื่อที่เพิ่งดูไป
  • เวลาไม่ได้ดั่งใจ จะใช้การผลัก ตี ขว้างปาสิ่งของ หรือตะโกนใส่ทันที
  • มีความสุขหรือหัว 1.เราะเวลาเห็นคนอื่นเจ็บปวด หรือเห็นตัวละครถูกทำร้าย
  • อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขอให้ปิดจอ

วิธีปรับพฤติกรรมและจัดระเบียบการใช้สื่อในบ้าน

การเลือกเนื้อหาและการจำกัดเวลาหน้าจอ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการคัดกรองสื่ออย่างเข้มงวด หลีกเลี่ยงรายการ เกม หรือคลิปวิดีโอที่มีความรุนแรง แม้จะเป็นการ์ตูนตลกที่มีการแกล้งกันแรงๆ ก็ตาม พร้อมทั้งกำหนดเวลาการใช้หน้าจอให้ชัดเจน เช่น ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่าสองปีดูจอเลย และเด็กโตจำกัดเวลาให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม

การชวนลูกคุยและชี้แนะขณะดูด้วยกัน

อย่าปล่อยให้ลูกดูจอตามลำพัง การนั่งดูไปพร้อมกันช่วยให้เราสามารถตั้งคำถามชวนคิดได้ เช่น ลูกคิดว่าที่ตัวละครทำแบบนั้นถูกต้องไหม ถ้าเราทำตามจะเกิดอะไรขึ้น การชวนคุยแบบนี้ช่วยกระตุ้นให้สมองส่วนหน้าได้ทำงาน ฝึกการคิดวิเคราะห์แทนที่จะเป็นการรับข้อมูลฝ่ายเดียว

การหากิจกรรมอื่นทดแทนเพื่อระบายพลังงาน

บางครั้งพฤติกรรมก้าวร้าวเกิดจากการที่เด็กมีพลังงานเหลือเฟือแต่ไม่มีที่ระบาย การพาออกไปวิ่งเล่นกลางแจ้ง เล่นกีฬา หรือทำงานศิลปะ ช่วยให้เด็กได้ปลดปล่อยพลังงานส่วนเกิน ลดความเครียด และช่วยให้สมองหลั่งสารความสุขออกมาอย่างเหมาะสม

เมื่อไหร่ควรพามาพบแพทย์เพื่อประเมินเชิงลึก

หากคุณพ่อคุณแม่ลองปรับสิ่งแวดล้อมและการใช้สื่อแล้ว แต่พฤติกรรมก้าวร้าวยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำร้ายตัวเอง คนรอบข้าง หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการเรียน การพามาพบจิตแพทย์เด็กและวัยแพทย์หรือกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการพฤติกรรม เพื่อประเมินภาวะอื่นๆ เช่น โรคซนสมาธิสั้น (ADHD) หรือปัญหาทางอารมณ์ร่วมด้วย ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down