เจ็บโคนนิ้วโป้ง ลามไปข้อมือ อาการแบบนี้ใช่โรคเอ็นข้อมืออักเสบหรือไม่?
ลองสังเกตตัวเองดูว่า เวลาที่คุณกำลังอุ้มลูกน้อย ยกกระทะทำอาหาร บิดผ้า หรือแม้แต่ตอนไถหน้าจอสมาร์ทโฟน แล้วรู้สึกปวดจี๊ดบริเวณโคนนิ้วโป้งลามไปถึงข้อมือด้านข้าง อาการปวดแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นรอยๆ แต่เป็นสัญญาณเตือนยอดฮิตของ โรคเอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain's Tenosynovitis) หรือที่หลายคนเรียกว่า โรคอุ้มเด็ก หรือ โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ
สาเหตุหลักเกิดจากการใช้งานเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้งซ้ำๆ จนเกิดการเสียดสีและอักเสบขึ้นมาบริเวณปลอกหุ้มเอ็น ส่งผลให้ขยับนิ้วโป้งได้ลำบาก กดแล้วเจ็บ หรือบางคนอาจมีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในทางแพทย์มีวิธีตรวจเบื้องต้นที่ง่าย แม่นยำ และทำได้ด้วยตัวเอง เรียกว่า การทดสอบฟิงเกลสไตน์เพื่อวินิจฉัยโรคเอ็นข้อมืออักเสบ
วิธีเช็กเอ็นข้อมืออักเสบด้วยการทดสอบฟิงเกลสไตน์ ทำเองได้ที่บ้าน
การทดสอบฟิงเกลสไตน์ (Finkelstein's Test) เป็นเทคนิคการตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีมานาน โดยมีหลักการง่ายๆ คือการดึงยืดเส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้งที่มีการอักเสบ เพื่อดูว่ากระตุ้นให้เกิดอาการปวดหรือไม่
ขั้นตอนการทำ Finkelstein's Test อย่างถูกวิธี
- ขั้นตอนที่ 1: ยื่นแขนข้างที่ปวดออกไปด้านหน้า ให้ข้อมืออยู่ในท่าตรงตามธรรมชาติ
- ขั้นตอนที่ 2: งอนิ้วหัวแม่มือ (นิ้วโป้ง) เข้าหาฝ่ามือ
- ขั้นตอนที่ 3: กำนิ้วมืออีก 4 นิ้วที่เหลือทับนิ้วโป้งเอาไว้ (ลักษณะเหมือนกำหมัดโดยซ่อนนิ้วโป้งไว้ข้างใน)
- ขั้นตอนที่ 4: ค่อยๆ เอียงข้อมือลงไปทางฝั่งนิ้วก้อย ช้าๆ และระมัดระวัง
ผลการทดสอบบอกอะไร? ปวดแค่ไหนถึงเรียกว่าผลเป็นบวก
หากในขณะที่เอียงข้อมือลงทางนิ้วก้อย แล้วรู้สึกปวดแปล๊บหรือเจ็บแสบร้อนอย่างรุนแรงบริเวณโคนนิ้วโป้งลามมาที่ข้อมือ แสดงว่าผลการทดสอบเป็นบวก (Positive) ซึ่งค่อนข้างแน่นอนว่าปลอกหุ้มเอ็นบริเวณข้อมือของคุณกำลังมีการอักเสบอยู่ แต่ถ้าทำแล้วรู้สึกตึงๆ เพียงเล็กน้อยโดยไม่มีอาการปวดจี๊ด ถือว่าเป็นปกติ
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเอ็นข้อมืออักเสบ?
โรคนี้ไม่ได้เกิดกับคนยกของหนักเพียงอย่างเดียว แต่พบได้บ่อยในกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมใช้ข้อมือและนิ้วโป้งในท่าเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน ได้แก่
- คุณแม่ลูกอ่อน: ท่าทางในการอุ้มประคองศีรษะลูกน้อยจะใช้แรงจากนิ้วโป้งและข้อมืออย่างมาก
- คนทำงานออฟฟิศและสายไอที: การพิมพ์งาน จับเม้าส์ หรือไถหน้าจอแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนด้วยนิ้วโป้งต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- พ่อครัว แม่ครัว และช่างฝีมือ: กลุ่มที่ต้องใช้ข้อมือบิด สะบัด หรือเกร็งจับอุปกรณ์หนักๆ เป็นประจำ
- นักกีฬา: โดยเฉพาะผู้ที่เล่นกีฬาใช้ไม้แบดมินตัน เทนนิส หรือกอล์ฟ
ลองทดสอบแล้วปวดแป๊บ ปรับการดูแลตัวเองอย่างไรให้หายเจ็บ?
หากทำ การทดสอบฟิงเกลสไตน์เพื่อวินิจฉัยโรคเอ็นข้อมืออักเสบ แล้วพบว่ามีอาการปวดจริง ในระยะเริ่มต้นยังไม่จำเป็นต้องตกใจ สามารถดูแลและบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีดังนี้
- พักการใช้งานข้อมือทันที: ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น เลี่ยงการไถโทรศัพท์มือถือด้วยมือข้างที่ปวด งดการยกของหนัก
- ประคบเย็นลดอักเสบ: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการปวดบวม ให้ใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งห่อผ้าประคบตรงบริเวณที่ปวด ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง
- ใส่กายอุปกรณ์พยุงข้อมือ: การใช้อุปกรณ์ดามข้อมือและนิ้วโป้ง (Thumb Spica Splint) จะช่วยจำกัดการเคลื่อนไหว ทำให้เอ็นข้อมือได้พักและฟื้นฟูตัวเองได้ไวขึ้น
- บริหารยืดกล้ามเนื้อเบาๆ: เมื่ออาการปวดลดลงแล้ว ให้เริ่มยืดเหยียดข้อมือเบาๆ เพื่อป้องกันข้อติด แต่ต้องไม่ยืดจนรู้สึกเจ็บ
อาการปวดข้อมือระดับไหน ที่ควรรีบไปพบหมอ?
แม้ว่าโรคเอ็นข้อมืออักเสบจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แตหากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง อาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นจนเอ็นหนาตัว และส่งผลกระทบต่อการทำงานในชีวิตประจำวันอย่างมาก หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
- อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยหลังจากพักใช้งานและประคบเย็นติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์
- มีอาการบวม แดง ร้อน บริเวณโคนนิ้วโป้งอย่างชัดเจน
- รู้สึกข้อมืออ่อนแรง หยิบจับสิ่งของแล้วหลุดมือ หรือไม่สามารถติดกระดุมเสื้อได้
- ขยับนิ้วโป้งแล้วรู้สึกเหมือนมีเสียงกึกๆ หรือรู้สึกติดขัดภายในข้อมือ
การตรวจเช็กสุขภาพข้อมือด้วยตนเองช่วยให้เรารู้ทันร่างกาย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันท่วงที ก่อนที่เส้นเอ็นจะอักเสบรุนแรงจนต้องพึ่งพาการฉีดยาสเตียรอยด์หรือการผ่าตัด