ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักไวรัสเอชไอวี ก่อนจะไปถึงภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่าการติดเชื้อเอชไอวีกับโรคเอดส์ ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันในแง่ของระยะเวลาและระดับความรุนแรง หากจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด เอชไอวีคือชื่อของตัวไวรัสที่เข้ามาโจมตีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่เป็นทหารคอยป้องกันเราจากเชื้อโรคต่างๆ เมื่อได้รับเชื้อนี้เข้ามาในกระแสเลือด ร่างกายจะเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

ความแตกต่างระหว่างการมีเชื้อเอชไอวีกับระยะที่เป็นโรคเอดส์

การติดเชื้อเอชไอวีและกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือที่เรียกกันว่าเอดส์ ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีอาจมีสุขภาพแข็งแรงใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนทั่วไปเป็นสิบปีตราบใดที่ยังกินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อใดที่ร่างกายปล่อยให้เชื้อเพิ่มจำนวนจนทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันไปมากเกินกว่าจุดที่ร่างกายจะรับไหว จนเกิดภาวะติดเชื้อฉวยโอกาส หรือเกิดมะเร็งบางชนิดขึ้นมา นั่นคือจุดที่ขยับเข้าสู่ระยะที่เป็นโรคเอดส์แล้ว

เชื้อเอชไอวีแพร่กระจายผ่านทางไหนได้บ้าง

ไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ติดต่อกันผ่านการสัมผัสทั่วไปในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกอด การใช้ช้อนส้อมร่วมกัน หรือการใช้ห้องน้ำร่วมกัน ช่องทางการติดต่อหลักมีเพียงสามทางที่ต้องระวังให้มาก:

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน
  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด หรือการให้นมบุตร

สังเกตตัวเองอย่างไรว่าได้รับเชื้อมาหรือไม่

ในช่วงแรกที่ได้รับเชื้อ บางคนอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีผื่นขึ้น ซึ่งมักจะหายไปเองได้ในเวลาไม่นาน ทำให้หลายคนละเลยและไม่ทราบว่าตัวเองได้รับเชื้อมาแล้ว วิธีเดียวที่จะยืนยันได้แน่นอนที่สุดคือการไปตรวจเลือด เพราะเมื่อได้รับเชื้อ ร่างกายจะค่อยๆ สร้างโปรตีนหรือแอนติบอดีขึ้นมาต่อสู้ ซึ่งการตรวจในปัจจุบันมีความแม่นยำสูงมากและทราบผลได้รวดเร็ว

ดูแลตัวเองและอยู่ร่วมกับเอชไอวีอย่างมีคุณภาพ

ปัจจุบันการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีและกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องก้าวหน้าไปไกลมาก มียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงและผลข้างเคียงต่ำ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่การยับยั้งเชื้อไม่ให้ทำลายภูมิคุ้มกัน แต่คือการทำให้ระดับไวรัสในกระแสเลือดต่ำจนตรวจไม่พบ ซึ่งเมื่อระดับไวรัสต่ำจนตรวจไม่พบแล้ว จะถือว่าไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปสู่คู่รักผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การกินยาให้ตรงเวลาและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนไข้มีอายุขัยไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down