ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความต่างระหว่างการติดเชื้อเอชไอวีและกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง

หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า เอชไอวี (HIV) และ เอดส์ (AIDS) โดยคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในทางการแพทย์สองคำนี้มีเส้นแบ่งที่ชัดเจน การติดเชื้อเอชไอวีคือสภาวะที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่เข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าเอดส์ คือระยะสุดท้ายของการติดเชื้อที่ร่างกายสูญเสียความสามารถในการป้องกันตนเองจนเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงได้ง่าย

เชื้อเอชไอวีทำงานอย่างไรในร่างกายของเรา

เมื่อเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย มันจะมุ่งตรงไปจัดการกับเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ทัพของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อจำนวนแม่ทัพลดลง ร่างกายจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในช่วงแรกผู้ติดเชื้ออาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หรือมีเพียงอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ชั่วคราว ทำให้หลายคนละเลยที่จะตรวจหาเชื้อ ทั้งที่จริงแล้วนี่คือช่วงเวลาสำคัญที่การรักษาจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ทำไมถึงกลายเป็นกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เมื่อปล่อยให้เชื้อทำลายเม็ดเลือดขาวไปนานหลายปีโดยไม่ได้รับยาต้านไวรัส ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง ในระยะนี้ร่างกายจะไม่มีเกราะป้องกันโรคอีกต่อไป ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยที่ปกติไม่ค่อยพบในคนสุขภาพดี เช่น วัณโรค ปอดบวมจากเชื้อรา หรือมะเร็งบางชนิด ซึ่งอาการเหล่านี้แหละคือสิ่งที่บ่งบอกว่าร่างกายก้าวเข้าสู่ระยะเอดส์แล้ว

ตรวจเร็ว รักษาไว ชีวิตก็ปกติได้เหมือนคนทั่วไป

ปัจจุบันการตรวจหาเชื้อไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและเป็นความลับ การรู้ผลเร็วช่วยให้หมอเริ่มต้นจ่ายยาต้านไวรัสได้ทันท่วงที ซึ่งยาเหล่านี้ไม่ได้เข้าไปกำจัดเชื้อให้หายขาด แต่จะช่วยกดปริมาณไวรัสในเลือดจนต่ำมากจนตรวจไม่พบ และทำให้เม็ดเลือดขาวกลับมาแข็งแรงขึ้น คนที่ทานยาต่อเนื่องตามหมอนัดจะมีอายุยืนยาวและใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ปกติเหมือนคนทั่วไปโดยไม่ส่งผ่านเชื้อให้ใคร

ลดความเสี่ยงด้วยวิธีป้องกันที่ได้ผลจริง

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • พิจารณาใช้ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (PrEP) หากรู้ตัวว่ามีความเสี่ยงสูง
  • หมั่นตรวจสุขภาพและตรวจเลือดหาเชื้อเป็นประจำอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

หากสงสัยว่าได้รับเชื้อมา ควรทำอย่างไร

ถ้าเพิ่งผ่านเหตุการณ์เสี่ยงมาไม่เกิน 72 ชั่วโมง รีบมาพบแพทย์เพื่อรับยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) ทันที ยานี้ช่วยลดโอกาสติดเชื้อได้อย่างมากหากได้รับยาอย่างรวดเร็ว อย่าปล่อยให้ความกังวลกัดกินใจ เพราะการเข้ามาปรึกษาหมอในคลินิกเป็นขั้นตอนแรกที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดในการดูแลสุขภาพของตนเองและคนที่คุณรัก

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down