เวลาที่ตรวจคนไข้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอย่างหอบหืดหรือถุงลมโป่งพอง สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะได้ยินจากลูกหลานอยู่บ่อยๆ คือ ความกังวลเรื่องการใช้ยาพ่นของอากงอาม่า ไม่ว่าจะเป็นมือไม้ที่เริ่มสั่น แรงกดกระป๋องยาที่น้อยลง หรือการหายใจที่ไม่ค่อยประสานจังหวะกับการกดพ่นยา ปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายบ้านท้อใจและเกือบจะยอมแพ้กับการใช้ยาพ่นไปเลย
ในความเป็นจริงแล้ว อุปกรณ์พ่นยาถูกออกแบบมาหลากหลายรูปแบบเพื่อให้เข้ากับข้อจำกัดทางกายของผู้ป่วยแต่ละคน หมออยากชวนมาทำความเข้าใจวิธีแก้ปัญหาและการเลือกอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับยาเข้าปอดอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องใช้แรงเยอะและลดความหงุดหงิดลงไปได้มาก
เข้าใจข้อจำกัดทางกายของผู้สูงอายุกับการพ่นยา
ก่อนที่เราจะเริ่มแก้ปัญหา เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรคืออุปสรรคชิ้นใหญ่ของผู้สูงอายุเวลาใช้ยาพ่น หลักๆ แล้วจะมีอยู่สามเรื่องด้วยกันคือ แรงมือไม่พอที่จะกดกระป๋องยา การประสานสายตากับจังหวะการหายใจที่ทำได้ยาก และปัญหาเรื่องข้อมือหรือนิ้วล็อก
ถ้าผู้สูงอายุต้องใช้ยาพ่นแบบสูดผงแห้งแต่มือไม่มีแรงบิด หรือใช้ยาพ่นแบบกดสูดแต่กดไม่ทันกับจังหวะที่อ้าปากหายใจ ยานก็จะไม่ยอมวิ่งลงไปถึงหลอดลมฝอยส่วนลึก ผลลัพธ์คือพ่นไปก็เหมือนไม่ได้พ่น อาการไอ หอบ เหนื่อย ก็จะไม่ยอมหายสักที
แก้ปัญหามือสั่นและแรงน้อยด้วยกระบอกพ่นยา
พระเอกตัวจริงที่จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้คือ กระบอกพ่นยา หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Spacer อุปกรณ์ชิ้นนี้เปรียบเสมือนห้องพักรอก่อนที่ตัวยาจะเดินทางเข้าสู่ปอด
วิธีใช้ก็ง่ายแสนง่าย ลูกหลานสามารถช่วยเตรียมยาโดยการเขย่ากระป๋องยาแล้วเสียบเข้ากับท้ายกระบอกพ่นยา จากนั้นนำหน้ากากมาครอบจมูกและปากของผู้สูงอายุ หรือให้ผู้สูงอายุอมปากกระบอกไว้ให้สนิท ทีนี้ขั้นตอนการกดก็ไม่ต้องกังวลเรื่องจังหวะอีกต่อไป เพราะเราสามารถกดตัวยาเข้าไปค้างไว้ในกระบอกก่อน แล้วให้ผู้สูงอายุค่อยๆ หายใจเข้าออกลึกๆ สักห้าถึงหกครั้ง ตัวยาจะค่อยๆ ถูกสูดเข้าไปในปอดเองโดยไม่ต้องรีบเร่ง
เมื่อผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องการมองเห็นและความจำ
อีกหนึ่งอุปสรรคที่มักพบเจอคือการลืมขั้นตอนการใช้ยา หรือหยิบยาผิดเวลาเพราะตัวยาหลายชนิดมีหน้าตาคล้ายกัน การจัดระเบียบมุมยาให้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
หมอแนะนำให้ญาติช่วยทำป้ายตัวเลขโตๆ ติดไว้ที่ตัวกระบอกยา หรือใช้ยางรัดผมสีต่างๆ แยกประเภทว่าอันไหนเป็นยาพ่นขยายหลอดลมที่ใช้ยามฉุกเฉิน และอันไหนเป็นยาพ่นคุมอาการที่ต้องใช้ทุกวัน การทำตารางเวลาแปะไว้ตรงจุดที่ผู้สูงอายุเห็นชัดเจน เช่น หน้ากระจกห้องน้ำ หรือข้างหัวเตียง จะช่วยลดความสับสนและป้องกันการใช้ยาผิดพลาดได้ดีมาก
เทคนิคการดูแลช่องปากหลังพ่นยาสเตียรอยด์
สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องใช้ยาพ่นกลุ่มสเตียรอยด์เพื่อคุมอาการอักเสบเรื้อรัง มีอีกหนึ่งจุดที่ต้องระวังให้มากคือเรื่องเชื้อราในช่องปากและอาการเสียงแหบ
หลังจากพ่นยาเสร็จทุกครั้ง ต้องให้ผู้สูงอายุบ้วนปาก กลั้วคอ และล้างหน้าให้สะอาดทันที แต่ถ้าผู้สูงอายุมีอาการข้อจำกัดเรื่องการกลืนหรือมือถือแก้วน้ำไม่ไหว ลูกหลานควรช่วยเช็ดทำความสะอาดภายในช่องปากด้วยผ้าก๊อซชุบน้ำสะอาดทุกครั้งหลังพ่นยา เพื่อป้องกันไม่ให้คราบยาตกค้างสะสมจนเกิดเชื้อรา
สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าการพ่นยาที่บ้านไม่ได้ผลแล้ว?
แม้เราจะปรับวิธีและใช้อุปกรณ์เสริมช่วยแล้ว แต่โรคทางเดินหายใจบางครั้งก็มีความรุนแรงขึ้นตามกาลเวลา ญาติควรสังเกตสัญญาณเตือนที่แปลว่าผู้สูงอายุควรกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการใหม่
- ต้องใช้ยาพ่นขยายหลอดลมบ่อยขึ้นกว่าเดิม เช่น จากเดิมใช้เฉพาะตอนเหนื่อย กลายเป็นต้องใช้วันละหลายๆ ครั้ง
- ตื่นกลางดึกเพราะอาการไอหรือแน่นหน้าอกบ่อยขึ้น
- เหนื่อยง่ายขึ้น แม้จะทำกิจวัตรประจำวันเบาๆ เช่น การเดินในบ้าน
- วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
การดูแลผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดทางกายให้ใช้ยาพ่นได้อย่างถูกต้อง อาจต้องอาศัยความใจเย็นและการฝึกฝนร่วมกันในช่วงแรก แต่เมื่อทำจนเกิดความคุ้นเคยแล้ว จะช่วยให้อากงอาม่ากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี หายใจโล่ง และลดโอกาสที่จะต้องนอนโรงพยาบาลจากอาการหอบกำเริบได้อย่างแน่นอน