ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เห็นลูกน้อยตัวเหลือง... คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจกังวลใช่ไหม

ในฐานะกุมารแพทย์ ผมเข้าใจดีว่าการได้เห็นเจ้าตัวเล็กที่เราเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วกลับมีผิวออกเหลืองๆ ไม่สดใสอย่างที่คิด เป็นเรื่องที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอดเป็นห่วงไม่ได้ ยิ่งถ้าลูกน้อยกำลังดื่มนมแม่ด้วยแล้ว ความกังวลใจอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คำถามที่พบบ่อยในคลินิกก็คือ “คุณหมอคะ/ครับ ลูกตัวเหลืองเพราะนมแม่หรือเปล่า” วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจภาวะที่เรียกว่า “ภาวะตัวเหลืองจากสารในน้ำนมแม่” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า “บรีสท์มิลค์จอนดิส (Breast Milk Jaundice)” กันอย่างละเอียด เพื่อคลายข้อสงสัยและสร้างความมั่นใจให้กับการให้นมลูกที่คุณรัก

ทำความรู้จัก 'ภาวะตัวเหลืองจากสารในน้ำนมแม่' คืออะไร

ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกที่กินนมแม่ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ

  • ภาวะตัวเหลืองจากการได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ (Breastfeeding Jaundice): มักเกิดในช่วง 2-5 วันแรกหลังคลอด เนื่องจากทารกได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ ทำให้ถ่ายอุจจาระน้อยลง และมีการดูดซึมสารเหลืองกลับเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
  • ภาวะตัวเหลืองจากสารในน้ำนมแม่ (Breast Milk Jaundice หรือ บรีสท์มิลค์จอนดิส): นี่คือประเด็นที่เราจะเจาะลึกกันในวันนี้ ภาวะนี้แตกต่างจากชนิดแรก เพราะมักเกิดขึ้นช้ากว่า โดยทั่วไปจะเริ่มพบว่าลูกน้อยมีอาการตัวเหลืองเด่นชัดขึ้นหลังอายุประมาณ 3-5 วัน และอาจคงอยู่นานหลายสัปดาห์ หรือบางครั้งอาจยาวนานเป็นเดือนถึงสองเดือนเลยทีเดียว

สิ่งที่สำคัญคือ ทารกที่เป็นภาวะบรีสท์มิลค์จอนดิส มักจะเป็นเด็กที่แข็งแรงดี กินนมเก่ง น้ำหนักตัวขึ้นดี และดูสดใสเป็นปกติทุกอย่าง ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยใดๆ ร่วมด้วย

ทำไมสารในน้ำนมแม่ถึงทำให้ลูกตัวเหลืองได้?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกลไกของการเกิดภาวะตัวเหลืองในทารกก่อนว่า เกิดจากการสะสมของสารสีเหลืองที่เรียกว่า “บิลิรูบิน” (Bilirubin) ในเลือด สารบิลิรูบินนี้มาจากกระบวนการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงในร่างกาย ทารกแรกเกิดมีเม็ดเลือดแดงชนิดพิเศษที่มีอายุสั้นกว่าของผู้ใหญ่ ทำให้มีการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงและสร้างบิลิรูบินออกมาในปริมาณมาก

ปกติแล้ว ตับของทารกจะทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงบิลิรูบินให้อยู่ในรูปที่สามารถขับออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระและปัสสาวะได้ แต่ตับของทารกแรกเกิดยังทำงานได้ไม่เต็มที่นัก และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ทารกส่วนใหญ่มีภาวะตัวเหลือง

สำหรับภาวะบรีสท์มิลค์จอนดิส มีทฤษฎีอธิบายถึงสาเหตุที่สารในน้ำนมแม่สามารถส่งผลให้ลูกมีภาวะตัวเหลืองนานกว่าปกติได้ ดังนี้:

  • สารบางอย่างในน้ำนมแม่: มีการสันนิษฐานว่า สารบางชนิดในน้ำนมแม่ เช่น กรดไขมันอิสระบางชนิด หรือเอนไซม์ที่ชื่อว่า “บีตา-กลูคูโรนิเดส (beta-glucuronidase)” อาจเข้าไปรบกวนกระบวนการที่ตับใช้ในการเปลี่ยนแปลงบิลิรูบิน หรือไปเพิ่มการดูดซึมบิลิรูบินกลับจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้ง ทำให้ระดับบิลิรูบินในเลือดสูงขึ้นและคงอยู่นาน
  • ความแตกต่างทางพันธุกรรม: ทารกบางรายอาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้การขับบิลิรูบินออกจากร่างกายทำงานได้ไม่ดีนัก ซึ่งเมื่อรวมกับผลของสารในน้ำนมแม่ ก็อาจทำให้ภาวะตัวเหลืองเด่นชัดขึ้นและนานขึ้น

สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากน้ำนมแม่ “ไม่ดี” หรือ “เป็นอันตราย” แต่อย่างใด เป็นเพียงปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในทารกบางรายเท่านั้น และยังคงยืนยันว่านมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

อาการที่สังเกตได้และเมื่อไหร่ที่ต้องกังวล

อาการหลักของภาวะบรีสท์มิลค์จอนดิสคือ การที่ผิวหนังและตาของลูกน้อยมีสีเหลือง ซึ่งอาจสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้นเมื่อกดผิวหนังเบาๆ และปล่อยมือ สีเหลืองก็จะจางลงแล้วกลับมาเหลืองอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบรีสท์มิลค์จอนดิสส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่ก็มีภาวะตัวเหลืองบางชนิดที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตและปรึกษาแพทย์หากพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้:

  • ตัวเหลืองตั้งแต่ 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด: นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์ทันที
  • ตัวเหลืองมาก หรือเหลืองลามเร็ว: โดยเฉพาะเมื่อเหลืองไปถึงแขนขา หรือฝ่ามือฝ่าเท้า
  • ลูกซึม ไม่ดูดนม หรือดูดนมได้ไม่ดี: หากลูกดูง่วงผิดปกติ ปลุกยาก หรือกินนมน้อยลง
  • ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีด: อุจจาระที่มีสีเหลืองซีด หรือมีสีขาวเหมือนดินสอพอง เป็นสัญญาณของความผิดปกติของตับและทางเดินน้ำดี
  • มีไข้ หรือตัวเย็นผิดปกติ: อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ
  • น้ำหนักตัวไม่ขึ้น หรือลดลง: โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก
  • ตัวเหลืองนานผิดปกติ: หากลูกยังตัวเหลืองอยู่หลังอายุ 2 สัปดาห์ (ในทารกครบกำหนด) หรือ 3 สัปดาห์ (ในทารกคลอดก่อนกำหนด) ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น

การวินิจฉัยภาวะบรีสท์มิลค์จอนดิสจะทำโดยการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับบิลิรูบิน และที่สำคัญคือ แพทย์จะทำการตรวจแยกแยะสาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดภาวะตัวเหลืองที่ร้ายแรงออกไปก่อน เช่น ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน, ภาวะตับอักเสบ, การติดเชื้อ, ความเข้ากันไม่ได้ของหมู่เลือดแม่ลูก เป็นต้น

การดูแลรักษาและข้อแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่

ส่วนใหญ่แล้ว ภาวะตัวเหลืองจากสารในน้ำนมแม่มักจะหายไปได้เองเมื่อลูกโตขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรักษาจำเพาะเจาะจง และไม่มีผลเสียต่อพัฒนาการของทารกในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเฝ้าติดตามอาการและระดับบิลิรูบินภายใต้คำแนะนำของแพทย์

แนวทางการดูแลที่สำคัญ:

  • ให้นมแม่ต่อไป: สิ่งสำคัญที่สุดคือให้ลูกกินนมแม่ต่อไปอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก การให้นมแม่อย่างเพียงพอจะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ทำให้บิลิรูบินถูกขับออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
  • เฝ้าระวังระดับบิลิรูบิน: แพทย์จะนัดติดตามระดับบิลิรูบินของลูกเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้สูงจนเป็นอันตราย
  • การส่องไฟ (Phototherapy): ในกรณีที่ระดับบิลิรูบินสูงมากจนแพทย์เห็นว่าอาจมีความเสี่ยง (ซึ่งพบได้น้อยมากในภาวะบรีสท์มิลค์จอนดิสแท้ๆ) อาจมีการพิจารณารักษาด้วยการส่องไฟ เพื่อช่วยให้บิลิรูบินเปลี่ยนรูปและขับออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น
  • การหยุดนมแม่ชั่วคราว (ไม่บ่อย): ในบางกรณีที่ระดับบิลิรูบินสูงมากและแพทย์ต้องการยืนยันการวินิจฉัยบรีสท์มิลค์จอนดิสอย่างแน่ชัด แพทย์อาจแนะนำให้หยุดนมแม่ชั่วคราว (เช่น 24-48 ชั่วโมง) และให้นมผสมแทน ในระหว่างนี้คุณแม่ควรปั๊มนมออกเพื่อรักษาน้ำนมไว้ หลังจากนั้นเมื่อกลับมาให้นมแม่ตามปกติ ระดับบิลิรูบินมักจะกลับไปสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ถึงระดับเดิม และจะค่อยๆ ลดลงในที่สุด อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ห้ามหยุดนมแม่เองเด็ดขาด

คำแนะนำจากใจกุมารแพทย์

ผมขอยืนยันว่า น้ำนมแม่คือสุดยอดอาหารและยาสำหรับลูกน้อย ไม่มีเหตุผลใดที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องหยุดให้นมลูก เพียงเพราะลูกมีภาวะตัวเหลืองจากสารในน้ำนมแม่ เพราะภาวะนี้เป็นภาวะที่ไม่รุนแรงและมักหายได้เอง

หัวใจสำคัญคือ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกมีอาการตัวเหลือง หรือมีข้อสงสัยใดๆ สิ่งที่ดีที่สุดคือพาไปปรึกษากุมารแพทย์ เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและมั่นใจว่าอาการตัวเหลืองนั้นไม่ใช่สัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ต้องได้รับการดูแลรักษา

ขอให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านมีความสุขกับการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อย และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกด้วยนมแม่ต่อไป

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ