ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแล้วพบว่าคนในครอบครัวกำลังเผชิญกับอาการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังหรือโรคร้ายแรง สิ่งแรกที่มักจะเกิดขึ้นในใจของคนไข้ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย แต่คือความกลัวและความกังวลสารพัดอย่างที่วิ่งเข้ามาในหัว ในฐานะคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง เราอาจจะรู้สึกทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะปลอบอย่างไรดี แต่วันนี้อยากชวนมาทำความเข้าใจกันว่า จริงๆ แล้วการมีอยู่และการทำหน้าที่ดูแลด้วยความเข้าใจนั้น มีพลังในการเยียวยามากกว่าที่เราคิด

เมื่อความกลัวไม่ใช่เรื่องเล็ก: ทำความเข้าใจความรู้สึกของคนป่วย

เวลาคนไข้เครียดหรือกังวล ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภูมิคุ้มกันและทำให้อาการป่วยแย่ลงได้ง่ายขึ้น หลายครั้งที่เรามักจะเผลอพูดว่า "ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวก็หาย" ด้วยความหวังดี แต่ในมุมมองของคนป่วย คำพูดนี้อาจทำให้เขารู้สึกว่าความรู้สึกของตัวเองถูกมองข้าม การทำความเข้าใจว่าความกลัว ความไม่แน่นอน และความกังวลเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ป่วย คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของผู้ดูแล

ฟังให้มากกว่าพูด: วิธีอยู่ข้างๆ แบบไม่ต้องมีคำคมสวยหรู

บางครั้งคนเราไม่ได้ต้องการคำแนะนำที่ดีที่สุดจากใคร แค่ต้องการใครสักคนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ โดยไม่ตัดสิน ฟังความกลัวของเขาโดยไม่รีบตัดบท ปล่อยให้เขาได้ระบายความอึดอัดออกมา การพยักหน้ารับและการกุมมือเบาๆ เป็นภาษากายที่บอกให้เขารู้สึกปลอดภัยและมั่นใจได้ว่าเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยนี้ตามลำพัง

ช่วยดึงสติและจัดระเบียบข้อมูลยามที่สมองคนไข้ตื้อไปหมด

ตอนที่คนป่วยได้ยินผลตรวจหรือแผนการรักษาจากแพทย์ สมองมักจะตื้อและจำอะไรแทบไม่ได้เลย ตรงนี้แหละคือหน้าที่สำคัญของญาติในการช่วยจดบันทึก ถามคำถามแทนในสิ่งที่คนไข้ไม่กล้าถาม และช่วยย่อยข้อมูลทางการแพทย์ให้กลายเป็นภาษาง่ายๆ เพื่อลดความสับสนและความกลัวต่อสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

สร้างบรรยากาศรอบตัวให้ผ่อนคลาย ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ห้องพักผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเงียบและน่ากลัวเหมือนฉากในละคร การเปิดเพลงเบาๆ การนำรูปภาพครอบครัวมาตั้งไว้ หรือแม้แต่การชวนคุยเรื่องสัพเพเหระนอกเหนือจากเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจและดึงคนไข้กลับมาสู่โลกแห่งความสุขและความอบอุ่นในชีวิตประจำวันได้

ดูแลใจตัวเองด้วย: คนเฝ้าไข้ก็เหนื่อยและเครียดได้เหมือนกัน

การเป็นผู้ดูแลหลักเป็นงานที่ต้องใช้พลังงานสูงทั้งทางร่างกายและจิตใจ การที่เราจะไปลดความวิตกกังวลให้คนอื่นได้ ตัวเราเองต้องไม่หมดแรงเสียก่อน การผลัดเปลี่ยนเวรกับคนในครอบครัวคนอื่น การหาเวลาพักผ่อน หรือการอนุญาตให้ตัวเองได้อ่อนแอและร้องไห้บ้าง ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว แต่เป็นการชาร์จพลังเพื่อให้เรากลับมาดูแลคนที่เรารักได้อย่างเต็มที่เหมือนเดิม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down