ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยสังเกตตัวเองในกระจกตอนเช้าแล้วรู้สึกว่าตาขาวดูเหลืองๆ ขึ้นไหม หรือบางครั้งคนรอบข้างก็เริ่มทักว่าช่วงนี้ทำไมผิวพรรณดูซีดเซียวและออกสีเหลืองนวลคล้ายคนป่วย อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่เกิดจากการนอนน้อยหรือทำงานหนัก แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างภายใน ซึ่งทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า อาการตัวเหลืองตาเหลืองหรือดีซ่าน ที่สะท้อนว่าระบบการทำงานของตับ เม็ดเลือด หรือท่อน้ำดีกำลังมีปัญหา

ทำไมจู่ๆ ร่างกายถึงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง? เจาะลึกกลไกธรรมชาติในร่างกาย

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ต้องอธิบายก่อนว่าสีเหลืองที่ปรากฏบนผิวหนังและตาขาวนั้น เกิดจากสารสีเหลืองที่มีชื่อว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวตามธรรมชาติของเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุขัย โดยปกติแล้ว ตับจะรับหน้าที่กรองสารสีเหลืองนี้ออกจากกระแสเลือด แล้วส่งต่อไปยังท่อน้ำดีเพื่อขับออกทางลำไส้ใหญ่พร้อมกับอุจจาระ และบางส่วนขับออกทางปัสสาวะ

แต่เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการนี้เกิดการติดขัด ไม่ว่าจะเป็นเพราะเม็ดเลือดแดงแตกตัวมากเกินไป ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน สารสีเหลืองเหล่านี้ก็จะสะสมอยู่ในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มล้นออกมาสะสมตามเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดเป็น อาการตัวเหลืองตาเหลืองหรือดีซ่าน ให้เห็นเด่นชัดขึ้นมานั่นเอง

3 จุดกำเนิดความผิดปกติ ที่ทำให้เกิดอาการตัวเหลืองตาเหลือง

การสืบหาสาเหตุของภาวะนี้ หมอจะแบ่งกลุ่มอาการออกตามระบบอวัยวะที่มีปัญหา เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างตรงจุด โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักดังนี้

1. ความผิดปกติตั้งแต่ต้นทาง: เม็ดเลือดแดงสลายตัวเร็วเกินไป

ในกรณีที่ตับยังคงทำงานได้ดี แต่ปริมาณสารสีเหลืองในร่างกายกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มักเกิดจากการที่เม็ดเลือดแดงในร่างกายแตกตัวและสลายตัวเร็วกว่าปกติ เช่น ในกลุ่มผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ภาวะพร่องเอนไซม์จีซิกพีดี (G6PD) หรือเกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองต่อยาบางชนิด เมื่อตับไม่สามารถกำจัดสารสีเหลืองปริมาณมหาศาลที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้ทัน จึงทำให้เกิดอาการเหลืองตามมา

2. ความผิดปกติที่ตัวตับเอง: โรงงานคัดกรองสารเสียทำงานบกพร่อง

กลุ่มนี้ถือเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากตัวตับเองได้รับความเสียหายจนไม่สามารถทำหน้าที่ดึงสารบิลิรูบินออกจากกระแสเลือดเพื่อไปทำลายได้ตามปกติ สาเหตุหลักมักมาจากภาวะตับอักเสบจากไวรัสชนิดต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ บี หรือซี การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานานจนกลายเป็นโรคตับแข็ง ภาวะไขมันพอกตับ ตลอดจนการได้รับสารพิษหรือผลข้างเคียงจากยาและสมุนไพรบางชนิดที่ส่งผลเสียต่อเซลล์ตับโดยตรง

3. ความผิดปกติที่ปลายทาง: ท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน

เมื่อตับกรองสารสีเหลืองและเตรียมส่งออกนอกร่างกายแล้ว แต่กลับพบว่าเส้นทางลำเลียงน้ำดีถูกปิดกั้น ทำให้น้ำดีไม่สามารถไหลลงสู่ลำไส้ได้ตามปกติ และไหลย้อนกลับเข้าสู่กระแสเลือดแทน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีหลุดมาอุดตันท่อน้ำดี การอักเสบของท่อน้ำดี หรืออาจเกิดจากเนื้องอกและมะเร็งบริเวณตับอ่อนหรือท่อน้ำดีที่โตขึ้นมาเบียดทางเดินน้ำดี

เช็กอาการร่วมกันหน่อย: นอกจากตัวเหลืองตาเหลืองแล้ว มีอาการเหล่านี้ด้วยไหม?

การสังเกตอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับตาและผิวหนังที่เปลี่ยนสี จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้รวดเร็วขึ้น หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรจดบันทึกเพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบขณะเข้ารับการตรวจ

  • สีของปัสสาวะเข้มขึ้นอย่างชัดเจน: ปัสสาวะจะมีสีเหลืองเข้มจัดคล้ายน้ำชาแก่หรือสีน้ำโค้ก เนื่องจากไตพยายามขับสารบิลิรูบินที่ล้นในกระแสเลือดออกมาแทน
  • สีของอุจจาระซีดลง: อุจจาระอาจมีสีเทาอ่อนหรือสีซีดคล้ายดินเหนียว เนื่องจากน้ำดีไม่สามารถเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่เพื่อแต่งสีให้อุจจาระเป็นสีน้ำตาลตามธรรมชาติได้
  • อาการคันตามผิวหนัง: เกิดจากเกลือน้ำดีสะสมอยู่ใต้ผิวหนังในปริมาณมาก ซึ่งอาการคันนี้มักจะไม่หายขาดแม้จะใช้ยาทาแก้คันทั่วไป
  • อาการทางร่างกายทั่วไป: รู้สึกอ่อนเพลียอย่างรุนแรง เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน หรือมีอาการปวดตื้อๆ บริเวณใต้ชายโครงขวาซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ

สัญญาณอันตรายที่บอกว่า ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการตัวเหลืองตาเหลืองบางชนิดอาจค่อยเป็นค่อยไป แต่มีบางสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ว่าร่างกายกำลังเข้าสู่วิกฤตและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน หากพบอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ห้ามรอจนถึงวันนัดเด็ดขาด

  • มีไข้สูงเฉียบพลันและหนาวสั่น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบท่อน้ำดี
  • อาการปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่
  • มีอาการซึมลง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะตับวายเฉียบพลัน
  • ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการบวมน้ำบริเวณขาและข้อเท้า

วิธีดูแลตัวเองและถนอมตับให้แข็งแรง ห่างไกลจากภาวะดีซ่าน

การป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพตับเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด อาการตัวเหลืองตาเหลืองหรือดีซ่าน ได้อย่างยั่งยืน โดยสามารถเริ่มต้นง่ายๆ จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

หลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นพิษต่อเซลล์ตับโดยตรงและเป็นสาเหตุหลักของโรคตับแข็ง นอกเหนือจากนี้ ควรเลือกรับประทานอาหารที่สะอาดและปรุงสุกใหม่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และพิจารณาเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการระมัดระวังการใช้ยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมต่างๆ โดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเองเป็นเวลานานโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ เพราะตับต้องทำงานหนักในการกรองและขับสารเหล่านี้ออก และสุดท้าย อย่าลืมเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรวมถึงการตรวจค่าการทำงานของตับ เพื่อคัดกรองและตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down