ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเรียนไม่รู้เรื่อง เพราะใจยังไม่พร้อมหรือเปล่า

หลายครั้งที่ผู้ปกครองมักกังวลว่าทำไมลูกถึงสอบตกหรือจำบทเรียนไม่ได้ ทั้งที่ดูเหมือนทุ่มเทอ่านหนังสืออย่างหนัก แต่ในฐานะหมอ ผมมักจะเจอคำถามนี้บ่อยครั้ง ซึ่งคำตอบมักไม่ได้อยู่ที่ความฉลาดหรือไอคิวของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่กลับเป็นเรื่องของสภาวะจิตใจที่ตกอยู่ในความกดดัน ความวิตกกังวล หรือความเครียดสะสม จนกลายเป็นกำแพงกั้นการเรียนรู้ไปโดยปริยาย

กลไกสมองเมื่อใจไม่พร้อม เรียนรู้ได้ยากแค่ไหน

สมองของเรามีระบบป้องกันตัวที่ทำงานอัตโนมัติ เมื่อเด็กอยู่ในสภาวะจิตใจที่ไม่พร้อม เช่น รู้สึกกลัว ถูกกดดัน หรือไม่มีความสุข สมองส่วนอารมณ์ที่เรียกว่า อะมิกดาลา (Amygdala) จะทำงานหนักเกินไป จนไปบดบังการทำงานของสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ควบคุมสมาธิ การวางแผน และการใช้เหตุผล

เมื่อสมองส่วนที่ใช้เรียนรู้ถูกปิดกั้น ข้อมูลที่ได้รับจะเข้าไม่ถึงความจำระยะยาว การพยายามยัดเยียดบทเรียนในช่วงที่ลูกจิตใจไม่มั่นคง จึงให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากการเทน้ำลงในแก้วที่คว่ำอยู่

ความเครียดทำไอคิวลดลงจริงหรือแค่ชั่วคราว

คำว่า ไอคิว ไม่ได้หมายถึงความสามารถที่หยุดนิ่ง แต่เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการดึงศักยภาพในขณะนั้นออกมาใช้ ในวันที่เด็กต้องเผชิญกับสภาวะจิตใจไม่พร้อม ระดับสมาธิที่ลดลงจะทำให้ผลการทดสอบไอคิวต่ำกว่าความเป็นจริงเสมอ นั่นไม่ใช่เพราะสติปัญญาของเขาหายไป แต่เพราะทรัพยากรสมองถูกนำไปใช้จัดการกับความเครียดจนหมดสิ้น ทำให้เหลือพื้นที่ในการประมวลผลข้อมูลใหม่ๆ น้อยลง

สัญญาณเตือนเมื่อลูกอยู่ในภาวะใจไม่พร้อม

  • มีอาการเหม่อลอย ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นาน
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายกว่าปกติเมื่อเจอบทเรียนที่ยากขึ้นเพียงเล็กน้อย
  • พูดบ่อยๆ ว่าไม่อยากไปโรงเรียนหรือเบื่อการเรียน
  • มีอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ปวดท้องโดยหาสาเหตุไม่เจอ ซึ่งเป็นสัญญาณของความเครียดทางจิตใจ

วิธีปรับสมดุลทางใจเพื่อดึงศักยภาพสมองกลับมา

แทนที่จะเร่งให้ลูกเรียนหนักขึ้น หมอแนะนำให้เปลี่ยนโฟกัสไปที่ความพร้อมของใจก่อนเป็นอันดับแรก

สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้

ลดการใช้อารมณ์หรือการคาดหวังที่สูงเกินไป การสร้างบรรยากาศที่ให้ลูกรู้สึกว่าข้อผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของการเติบโต จะช่วยลดการทำงานของสมองส่วนความเครียดลงได้

ให้เวลาสมองได้พักผ่านการเล่นหรือกิจกรรมที่ชอบ

การปล่อยให้เด็กทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายจะช่วยชาร์จพลังให้สมองส่วนหน้ากลับมาทำงานได้ดีขึ้น การพักเบรกบ่อยๆ ในระหว่างอ่านหนังสือช่วยให้สมองจัดระเบียบข้อมูลได้แม่นยำกว่าการนั่งแช่นานๆ

สื่อสารเพื่อลดแรงกดดันภายใน

การเป็นผู้ฟังที่ดีคือยาขนานเอก ถามถึงความรู้สึกของลูกก่อนถามถึงผลสอบ การที่ลูกรู้สึกว่ามีคนเข้าใจและพร้อมจะเคียงข้าง จะช่วยปลดล็อกความกังวลและคืนความพร้อมในการเรียนรู้ให้กลับมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down