เวลาที่ผู้สูงอายุที่บ้านมีแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลกดทับ แผลจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ หรือแผลผ่าตัด สิ่งที่หมอมักจะย้ำกับลูกหลานเสมอคือ อย่าเพิ่งวางใจว่าแผลเล็กแค่นี้เดี๋ยวก็หายเอง เพราะผิวหนังและภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุไม่ได้ทำงานได้ดีเท่ากับวัยหนุ่มสาว แผลที่ดูเหมือนจะแห้งดีแล้ว อาจแอบซ่อนการติดเชื้อเอาไว้ข้างในได้ง่ายมาก และถ้ารู้ตัวช้า แผลอาจลุกลามจนต้องนอนโรงพยาบาลเลยทีเดียว
ทำไมผิวหนังของผู้สูงอายุถึงเสี่ยงแผลติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ
หลายคนสงสัยว่าทำไมแค่แผลถลอกนิดเดียวถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เหตุผลก็คือตามธรรมชาติแล้ว ผิวหนังของผู้สูงอายุจะบางลง ความยืดหยุ่นลดลง และที่สำคัญคือเลือดที่มาหล่อเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นมีปริมาณน้อยลง ทำให้กระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกายทำงานได้ช้าลง นอกจากนี้ ผู้สูงอายุหลายท่านมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษและลุกลามได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไป
สังเกตอย่างไรว่าแผลเริ่มมีอาการติดเชื้อแทรกซ้อนแล้ว
การจับตาดูอาการของแผลอย่างใกล้ชิดทุกวันเป็นสิ่งสำคัญมาก ลูกหลานควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้เวลาทำแผลให้ท่าน:
- รอยแดงรอบแผลขยายวงกว้างขึ้น: ปกติแผลทั่วไปรอยแดงควรจะค่อยๆ ลดลงตามเวลา แต่ถ้าผ่านไปสองสามวันแล้วรอยแดงกลับลามออกไปด้านข้างเรื่อยๆ แสดงว่าเริ่มไม่ปกติ
- ผิวหนังรอบแผลอุ่นหรือร้อนจัด: ลองใช้หลังมือแตะเบาๆ ที่ผิวหนังรอบแผล ถ้ามีความรู้สึกร้อนกว่าบริเวณอื่น นั่นคือสัญญาณของการอักเสบติดเชื้อ
- อาการปวดแผลเพิ่มขึ้น: จากเดิมที่แผลเริ่มแห้งและควรจะเจ็บน้อยลง กลับมีอาการปวดตุบๆ หรือเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ
- มีหนองหรือน้ำเหลืองขุ่นๆ ไหลออกมา: พร้อมกับมีกลิ่นเหม็น ซึ่งต่างจากน้ำเหลืองใสๆ ตามธรรมชาติของการสมานแผล
- ผู้สูงอายุมีไข้ร่วมด้วย: หากจู่ๆ ท่านมีอาการไข้หนาวสั่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ร่วมกับแผลที่มีลักษณะดังกล่าว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเชื้อโรคอาจจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว
เคล็ดลับการทำความสะอาดแผลและการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
การป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่มีแผลเกิดขึ้น หมอแนะนำแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ที่บ้านดังนี้ครับ
ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสแผล
มือของเราคือแหล่งรวมของเชื้อโรค ก่อนจะเปิดผ้าพันแผลหรือทายาให้ผู้สูงอายุ ต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดหมดจด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เชื้อโรคจากภายนอกหลุดเข้าไปในแผล
ใช้น้ำเกลือล้างแผลแทนแอลกอฮอล์เข้มข้น
หลายบ้านยังมีความเข้าใจผิดว่าต้องใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลเพื่อให้เชื้อโรคตายสนิท ความจริงแล้วแอลกอฮอล์จะไปทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ ทำให้แผลหายช้าลงและแสบมาก การใช้น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) เป็นวิธีที่อ่อนโยนและปลอดภัยที่สุด ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกโดยไม่ทำร้ายเนื้อเยื่อดี
ปิดแผลให้สะอาดและเปลี่ยนผ้าก๊อซสม่ำเสมอ
อย่าปล่อยให้แผลโดนฝุ่นละอองหรือความอับชื้น ควรปิดแผลด้วยผ้าก๊อซที่ปราศจากเชื้อ และหากผ้าก๊อซเริ่มเปียกชื้น ชุ่มน้ำเหลือง หรือสกปรกเมื่อไหร่ ต้องรีบเปลี่ยนทันที ไม่ควรปล่อยให้อับคาไว้ข้ามวัน
โภชนาการที่ดีมีส่วนช่วยให้แผลปิดสนิทและลดการติดเชื้อ
การดูแลแผลไม่ได้มีแค่การทำความสะอาดภายนอกเท่านั้น อาหารการกินก็มีผลอย่างมากในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีนที่มีคุณภาพดี เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพื่อนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนี้ วิตามินซีจากผักผลไม้สดก็ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง แผลจึงหายไวและลดโอกาสติดเชื้อได้ดีขึ้น
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องพาผู้สูงอายุไปหาหมอทันที
หากพบว่าแผลมีกลิ่นเหม็นรุนแรง มีหนองทะลัก มีรอยแดงลามเป็นทางยาว หรือผู้สูงอายุมีอาการซึมลง ไข้ขึ้นสูง หายใจหอบเหนื่อย อย่ารอให้ถึงวันนัดเด็ดขาดครับ ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะการปล่อยทิ้งไว้แม้แต่วันเดียวอาจทำให้เชื้อโรคกระจายเข้าสู่อวัยวะภายในและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การดูแลอย่างใกล้ชิดและใส่ใจตั้งแต่เริ่มต้นคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุที่คุณรัก