ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาที่ลูกไปโรงเรียนมักเป็นช่วงที่พ่อแม่แอบกังวลอยู่เสมอ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหอบหืด เพราะในห้องเรียนหรือสนามเด็กเล่นเต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นที่คาดไม่ถึง ทั้งฝุ่น ชอล์ก อากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่การวิ่งเล่นจนเหนื่อยหอบจนทำให้โรคหอบหืดกำเริบในโรงเรียนขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราในฐานะคนดูแลเด็กต้องทำความเข้าใจและเตรียมรับมือให้ดี

ลูกเป็นหอบหืดแต่ต้องไปโรงเรียน: ปลุกความมั่นใจให้คุณพ่อคุณแม่ด้วยการเตรียมตัวที่ดี

เวลาที่เด็กๆ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือไอเรื้อรังตอนอยู่ที่โรงเรียน คุณครูและตัวเด็กเองมักจะตกใจ การเตรียมความพร้อมตั้งแต่บ้านจึงเป็นหัวใจสำคัญ เริ่มต้นจากการพูดคุยกับคุณครูประจำชั้นและห้องพยาบาล เพื่อแจ้งแผนการดูแลเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน รวมถึงการจัดเตรียมยาพ่นขยายหลอดลมประจำตัวใส่กระเป๋าให้น้องพกติดตัวไว้เสมอ พร้อมเขียนป้ายชื่อและวิธีใช้ให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนรอบตัวสามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

จุดอันตรายในโรงเรียนที่มักกระตุ้นอาการหอบหืดของเด็กๆ

ห้องเรียนไม่ใช่สถานที่ปิดตายและมักจะมีสิ่งกระตุ้นซ่อนอยู่เสมอ ตัวการสำคัญที่หมอพบบ่อย ได้แก่ ฝุ่นจากกองหนังสือเก่า ไรฝุ่นที่สะสมตามเบาะเก้าอี้ ละอองเกสรดอกไม้รอบสนามโรงเรียน กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งอากาศเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศในห้องเรียน นอกจากนี้ การเล่นกีฬาหรือวิ่งไล่จับกับเพื่อนอย่างหนักก็เป็นตัวกระตุ้นให้หลอดลมตีบตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน การรู้ทันจุดเหล่านี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้ดีขึ้น

สังเกตให้ไว อาการแบบนี้แปลว่าหลอดลมกำลังตีบและต้องพ่นยาแล้ว

เด็กๆ อาจจะอธิบายอาการตัวเองไม่เก่งเท่าผู้ใหญ่ เราจึงต้องสังเกตสัญญาณเตือนให้ดี เริ่มตั้งแต่การไอแห้งๆ ช่วงเช้าหรือหลังวิ่งเล่น หายใจเข้าออกลำบับจนซี่โครงบุ๋ม จมูกบาน หรือมีเสียงหวีดดังวี๊ดๆ ออกมาจากอก หากเริ่มมีอาการเหนื่อยจนพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ค่อยได้ นั่นแปลว่าโรคหอบหืดกำเริบในโรงเรียนเริ่มรุนแรงขึ้นแล้ว และต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน

คู่มือช่วยชีวิตฉุกเฉิน: ทำอย่างไรเมื่อเด็กเกิดอาการหอบหืดระหว่างเรียน

เมื่อลูกหรือนักเรียนมีอาการกำเริบ สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ พาเด็กไปนั่งพักในที่อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่มีฝุ่น ให้เด็กนั่งโน้มตัวไปข้างเล็กน้อยเพื่อช่วยให้หายใจได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำยาพ่นขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์เร็วมาพ่นตามแพทย์สั่ง โดยใช้ร่วมกับกระบอกพ่นยาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ให้เด็กสูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ รอประมาณสามถึงห้าบาทเพื่อประเมินอาการ หากอาการดีขึ้นให้พักผ่อนต่อ แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นหรือหายใจหอบแรงมากกว่าเดิม ห้ามรอช้าเด็ดขาด

อาการหนักแค่ไหนที่ต้องรีบพาตัวส่งโรงพยาบาลทันที?

มีบางสถานการณ์ที่การพ่นยาที่ห้องพยาบาลโรงเรียนเอาไม่อยู่ และถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่คุณครูหรือผู้ปกครองต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้ที่สุด ได้แก่ เด็กริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ ซึมลงหรือไม่ตอบสนอง หายใจลำบากมากจนหน้าอกบุ๋มลึก หรือพ่นยาซ้ำตามแพทย์สั่งแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายในสิบถึงสิบห้านาที การตัดสินใจพาไปพบแพทย์อย่างรวดเร็วจะช่วยชีวิตเด็กได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down