ลูกไอ, คนแก่ติดเตียงมีเสมหะเหนียวข้น ทำไมการเคาะปอดถึงช่วยชีวิตได้มากกว่าที่คิด
เวลาที่เราหรือคนในครอบครัวป่วยเป็นไข้หวัด ปอดอักเสบ หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่นอนนานๆ สิ่งหนึ่งที่มักจะตามมาและสร้างความกังวลใจไม่แพ้ไข้ก็คือ อาการไอมีเสมหะ แต่ปัญหาคือ เสมหะเจ้ากรรมนี้ดันเหนียวข้นและติดอยู่ลึกข้างในหลอดลมจนไอเท่าไหร่ก็ไม่ออกสักที หลายคนปล่อยทิ้งไว้เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง แต่ในทางการแพทย์แล้ว เสมหะที่คั่งค้างในปอดเปรียบเสมือนแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดีที่อาจทำให้เกิดภาวะปอดแฟบ ติดเชื้อซ้ำซ้อน หรือหนักหน่วงจนถึงขั้นหายใจไม่ออกได้เลยทีเดียว
กลไกธรรมชาติของปอดเมื่อมีเสมหะติดค้างอยู่ข้างใน
ปอดของเราไม่ได้เป็นแค่ถุงลมธรรมดา แต่ข้างในมีระบบท่อลมขนาดเล็กใหญ่เต็มไปหมด ซึ่งจะมีขนกวาดจิ๋วคอยพัดโบกสิ่งแปลกปลอมและเสมหะขึ้นมาสู่ลำคอเพื่อให้เราไอขับออกมา แต่เวลาที่เราป่วย ร่างกายอ่อนแอ หรือนอนนิ่งๆ เป็นเวลานาน ขนกวาดเหล่านี้จะทำงานได้ไม่เต็มที่ เสมหะที่ควรจะถูกขับออกจึงเริ่มสะสมตัว กลายเป็นก้อนเหนียวอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงครืดคราด และเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ทำไมต้องการเคาะปอดและระบายเสมหะ ที่คนดูแลผู้ป่วยต้องรู้
การเคาะปอดและระบายเสมหะจึงไม่ใช่แค่การนวดผ่อนคลายทั่วไป แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยชีวิตและฟื้นฟูสุขภาพปอด หลักการง่ายๆ คือการใช้แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือที่ทำรูปทรงอุ้งมือ เคาะลงบนผนังหน้าอกในตำแหน่งที่ตรงกับกลีบปอดที่มีเสมหะคั่งค้าง แรงสั่นนี้จะส่งผ่านไปช่วยกระแทกให้ก้อนเสมหะที่เหนียวติดแน่นตามผนังหลอดลมหลุดตัวออก จากนั้นอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยการจัดท่าทางของผู้ป่วยร่วมด้วย ช่วยให้เสมหะเคลื่อนตัวจากส่วนลึกขึ้นมาสู่ทางเดินหายใจส่วนบนได้ง่ายขึ้น จนสามารถไอออกมาหรือใช้เครื่องดูดเสมหะออกได้หมดจด
เทคนิคการจัดท่าทางและการเคาะปอดให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์
การทำความสะอาดปอดด้วยวิธีนี้ให้ได้ผลดีและปลอดภัย จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องกายanatomy ของปอด โดยมีแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นดังนี้
- ประเมินตำแหน่งเสมหะ: ฟังเสียงลมหายใจหรือดูจากผลเอ็กซเรย์ว่าเสมหะอยู่บริเวณปอดส่วนบน กลาง หรือส่วนล่าง
- จัดท่าทางให้เหมาะสม: วางตำแหน่งผู้ป่วยให้กลีบปอดข้างที่มีปัญหาอยู่ด้านบน เพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยพาเสมหะไหลลงมา
- ทำอุ้งมือในการเคาะ: งอนิ้วมือและชิดกันให้เป็นรูปถ้วย เวลาเคาะจะมีเสียงก้องเบาๆ ไม่ใช่เสียงตบดังเพี๊ยะ และจะไม่รู้สึกเจ็บ
- จังหวะและเวลา: เคาะด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ประมาณ 3 ถึง 5 นาทีต่อหนึ่งตำแหน่ง หลีกเลี่ยงบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกไหปลาร้า และชายโครงด้านล่าง
ข้อควรระวังสำคัญและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากทำผิดวิธี
แม้ว่าการเคาะปอดจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหน้าอกเป็นที่ตั้งของอวัยวะสำคัญ หากทำโดยขาดความรู้ความเข้าใจอาจเกิดอันตรายได้
- ห้ามเคาะปอดในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกซี่โครงหัก หรือมีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง
- หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้อในปอด หรือมีความดันในหลอดเลือดปอดสูงผิดปกติ
- ไม่ควรทำทันทีหลังมื้ออาหาร เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยอาเจียนและสำลักลงปอดได้
- ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวายหรือหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าควรพาไปให้พยาบาลหรือแพทย์ช่วยดูเสมหะ
หากคุณกำลังดูแลผู้ป่วยอยู่ที่บ้านแล้วพบว่า การเคาะปอดและระบายเสมหะเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาไปสถานพยาบาลทันที ได้แก่ ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจน ผู้ป่วยซึมลง หายใจหอบเหนื่อยรุนแรงจนพูดเป็นประโยคไม่ได้ หรือมีไข้สูงร่วมกับไอมีเสมหะปนเลือด การปล่อยให้เสมหะอุดกั้นทางเดินหายใจเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะวิกฤตทางเดินหายใจได้ การได้รับการดูแลจากทีมแพทย์และเครื่องมือดูดเสมหะที่ได้มาตรฐานจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด