ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณเคยไหมที่ตื่นขึ้นมาแล้วคนข้างๆ บ่นว่าเมื่อคืนคุณกรนเสียงดังมากจนเขาหรือเธอไม่ได้หลับได้นอนเลยทีเดียว หรือบางทีตัวคุณเองก็สงสัยว่าตัวเองนอนกรนหรือเปล่า? การนอนกรนเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในคนจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่รู้ไหมว่าการนอนกรนนั้นมีหลายแบบ และบางแบบก็ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด

ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึง 'ภาวะนอนกรนปฐมภูมิ' หรือที่บางคนอาจเรียกว่าการนอนกรนธรรมดา เพื่อให้คุณเข้าใจว่ามันคืออะไร แตกต่างจากการหยุดหายใจขณะหลับที่อันตรายอย่างไร และเมื่อไหร่ที่เราจะถือว่าเป็นการนอนกรนปฐมภูมิกันแน่

คุณนอนกรนอยู่หรือเปล่า? มาทำความเข้าใจการกรนกันก่อน

ก่อนจะไปถึงภาวะนอนกรนปฐมภูมิ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเสียงกรนที่เราได้ยินนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เสียงกรนเกิดจากอะไร?

โดยปกติแล้ว ขณะที่เราหลับ กล้ามเนื้อในลำคอและลิ้นจะคลายตัวลง ซึ่งทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนแคบลงเล็กน้อย เมื่อเราหายใจเข้าออก ลมที่ผ่านทางเดินหายใจที่แคบลงนี้จะไปกระทบกับเนื้อเยื่ออ่อนๆ ในลำคอ เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ หรือโคนลิ้น ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนและเป็นเสียงดังออกมานั่นเอง

บางคนอาจกรนเบาๆ เป็นครั้งคราว แต่บางคนก็กรนดังและสม่ำเสมอทุกคืน ซึ่งความดังของเสียงกรนขึ้นอยู่กับความแคบของทางเดินหายใจและแรงลมที่ผ่านเข้าไป

"ภาวะนอนกรนปฐมภูมิ" คืออะไรกันแน่?

มาถึงหัวใจหลักของบทความนี้กันแล้ว ภาวะนอนกรนปฐมภูมิ (Primary Snoring หรือ Simple Snoring) คือ การนอนกรนที่มีเสียงดัง สม่ำเสมอ หรืออาจจะดังเป็นช่วงๆ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีอาการหรือภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพการนอนหลับที่อันตรายตามมา

พูดง่ายๆ คือ คนที่อยู่ในภาวะนี้จะ:

  • กรนเสียงดัง จนอาจรบกวนคนรอบข้าง
  • ไม่มีการหยุดหายใจขณะหลับ หรือมีจำนวนครั้งของการหยุดหายใจที่น้อยมากและไม่มีนัยสำคัญทางคลินิก
  • ไม่มีภาวะขาดออกซิเจนในเลือด หรือระดับออกซิเจนไม่ลดลงจนน่าเป็นห่วง
  • ไม่มีอาการง่วงนอนผิดปกติในตอนกลางวัน หรือรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากตื่นนอน
  • ไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับการนอนกรน

ดังนั้น ภาวะนอนกรนปฐมภูมิ จึงถือเป็นภาวะที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง แม้จะสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่ได้ยินก็ตาม

แตกต่างกับ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ" อย่างไร? ทำไมต้องแยกให้ชัด?

นี่คือจุดที่สำคัญที่สุด! เพราะหลายคนมักสับสนระหว่างการนอนกรนธรรมดากับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

ความแตกต่างที่สำคัญคือ:

  • ภาวะนอนกรนปฐมภูมิ: มีแค่เสียงกรน แต่ไม่มีการหยุดหายใจ หรือการหายใจแผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ส่งผลให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน และไม่มีอาการง่วงซึมในตอนกลางวัน
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ: มีเสียงกรนที่ดังและผิดปกติ อาจมีเสียงสำลักหรือเหมือนคนหายใจเฮือกเป็นช่วงๆ ที่สำคัญคือ มีการหยุดหายใจ หรือหายใจแผ่วลงอย่างมากซ้ำๆ หลายครั้งขณะนอนหลับ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ และส่งผลให้คุณภาพการนอนไม่ดี ตื่นมาไม่สดชื่น ง่วงนอนผิดปกติในตอนกลางวัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน

เช็กลิสต์อาการเบื้องต้น: นอนกรนธรรมดา vs หยุดหายใจขณะหลับ

  • ถ้านอนกรนปฐมภูมิ:
    • กรนเสียงดัง แต่ค่อนข้างสม่ำเสมอ
    • ไม่มีช่วงที่เงียบไปเหมือนหยุดหายใจ
    • ตื่นนอนมาแล้วรู้สึกสดชื่นดี ไม่ง่วงนอนผิดปกติในตอนกลางวัน
    • ไม่มีอาการปวดศีรษะตอนเช้า
  • ถ้าเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ:
    • กรนเสียงดังมาก มีช่วงที่เสียงกรนเงียบไปเหมือนหยุดหายใจ แล้วก็หายใจเฮือกดังขึ้นมาใหม่
    • รู้สึกเหมือนหายใจไม่สุด สำลัก หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก
    • ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า
    • ง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน
    • ขาดสมาธิ หงุดหงิดง่าย
    • อาจมีภาวะความดันโลหิตสูงที่ไม่ทราบสาเหตุ

แล้วคุณหมอจะวินิจฉัย "ภาวะนอนกรนปฐมภูมิ" ได้อย่างไร?

การวินิจฉัยภาวะนอนกรนปฐมภูมินั้น หลักๆ คือการ ตัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับออกไป เพราะการนอนกรนเองก็เป็นอาการหนึ่งของภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้เช่นกัน คุณหมอจะพิจารณาจากข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน

ข้อมูลอะไรที่คุณหมอต้องการ?

  • ประวัติการนอนกรน: คุณหมอจะสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเสียงกรนของคุณ เช่น ดังแค่ไหน กรนทุกคืนไหม มีช่วงที่เสียงกรนเงียบไปเหมือนหยุดหายใจหรือเปล่า
  • อาการตอนกลางวัน: เช่น มีอาการง่วงนอนผิดปกติหรือไม่ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะตอนเช้า หรือมีปัญหาเรื่องสมาธิ
  • ข้อมูลจากคนใกล้ชิด: มักจะเป็นผู้ที่นอนข้างๆ หรืออยู่ในห้องเดียวกัน เพราะพวกเขาจะสามารถบอกพฤติกรรมการนอนกรนและการหายใจของคุณได้อย่างแม่นยำที่สุด
  • ประวัติสุขภาพทั่วไป: โรคประจำตัว ยาที่ใช้ น้ำหนักตัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ทำไมต้องตรวจการนอนหลับ?

เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและตัดภาวะหยุดหายใจขณะหลับออกไป คุณหมอมักแนะนำให้ทำการ ตรวจการนอนหลับ (Polysomnography หรือ Sleep Study)

การตรวจนี้จะเก็บข้อมูลสำคัญขณะที่คุณนอนหลับ เช่น การทำงานของสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ระดับออกซิเจนในเลือด และที่สำคัญคือ รูปแบบการหายใจ ว่ามีช่วงที่หยุดหายใจ หรือหายใจแผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

หากผลการตรวจแสดงว่าคุณมีการนอนกรน แต่ไม่มีการหยุดหายใจหรือหายใจแผ่วลงจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย และไม่มีภาวะขาดออกซิเจนในเลือด คุณหมอก็จะวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะ 'นอนกรนปฐมภูมิ' นั่นเอง

เป็นแค่ "นอนกรนปฐมภูมิ" แล้วต้องทำอะไรไหม?

แม้ว่าภาวะนอนกรนปฐมภูมิจะไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง แต่เสียงกรนที่ดังก็อาจรบกวนการนอนหลับของคนใกล้ชิด หรือแม้แต่ตัวคุณเองได้ ทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึก

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะนอนกรนปฐมภูมิ และไม่ได้มีปัญหาเรื่องสุขภาพอื่นๆ ที่ตามมา คุณอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อช่วยลดความดังของการกรนได้ เช่น:

  • ลองนอนตะแคง: การนอนหงายอาจทำให้โคนลิ้นไปอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายกว่า
  • ควบคุมน้ำหนัก: หากมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักอาจช่วยให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยานอนหลับก่อนนอน: สารเหล่านี้ทำให้กล้ามเนื้อในลำคอคลายตัวมากเกินไป
  • ดูแลสุขภาพจมูก: หากมีอาการคัดจมูกหรือภูมิแพ้ การรักษาอาการเหล่านี้อาจช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น

ที่สำคัญคือ หากคุณสงสัยว่าตัวเองอาจมีอาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เช่น ง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน มีคนสังเกตว่าคุณหยุดหายใจตอนนอน หรือมีอาการปวดศีรษะตอนเช้าบ่อยๆ ก็ควรรีบปรึกษาคุณหมอเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับการดูแลที่เหมาะสมครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down