ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่มีไข้หวัดหรือเชื้อไวรัสระบาดในบ้านหรือที่ทำงาน เคยสังเกตไหมว่าทำไมบางคนมีแค่น้ำมูกใสๆ วันสองวันก็หายไปวิ่งออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่บางคนกลับทรุดหนักจนไข้ขึ้นสูง หอบเหนื่อย หรือต้องนอนโรงพยาบาลเป็นสัปดาห์ ความแตกต่างนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบภูมิคุ้มกัน และการเป็นหนึ่งใน กลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและการเกิดโรค รุนแรงที่ร่างกายรับมือกับเชื้อโรคได้ยากกว่าคนทั่วไป

ทำไมร่างกายแต่ละคนถึงรับมือกับเชื้อโรคได้ต่างกัน?

เวลาที่เชื้อโรคอย่างไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย ปราการด่านแรกคือระบบภูมิคุ้มกันที่จะส่งเม็ดเลือดขาวออกมาจัดการทันที ในคนที่ร่างกายแข็งแรง เม็ดเลือดขาวจะเข้าควบคุมเชื้อได้อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยง กลไกนี้มักทำงานช้าลงหรือไม่สมดุล ทำให้เชื้อโรคแบ่งตัวและแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด ตับ ไต ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ร่างกายของกลุ่มเสี่ยงอาจเกิดการอักเสบที่รุนแรงเกินไปจนทำลายเนื้อเยื่อของตัวเอง ส่งผลให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว

ใครบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและการเกิดโรครุนแรง?

กลุ่มเสี่ยงสูงไม่ได้หมายถึงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนที่มีข้อจำกัดทางกายภาพหรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มร้อย

ผู้สูงวัยและเด็กเล็ก: สองช่วงวัยที่ภูมิคุ้มกันยังไม่พร้อมหรือเริ่มถดถอย

ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ระบบภูมิคุ้มกันยังสร้างตัวได้ไม่สมบูรณ์และยังไม่มีความจำต่อเชื้อโรคต่างๆ มากพอ ส่วนในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60-65 ปีขึ้นไป เซลล์เม็ดเลือดขาวจะเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย ทำให้การตอบสนองต่อเชื้อโรคช้าลง อีกทั้งความยืดหยุ่นของเนื้อปอดและหลอดเลือดก็ลดลงด้วย

ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง: ภาวะที่ทำให้อวัยวะภายในทำงานหนักอยู่แล้ว

โรคประจำตัวหลายโรคส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันโดยตรง เช่น

  • โรคเบาหวาน: น้ำตาลในเลือดที่สูงจะทำให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนที่ช้าลงและดักจับเชื้อโรคได้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
  • โรคไตวายเรื้อรัง: สารของเสียสะสมในร่างกายจะรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมด
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: เมื่อเกิดการติดเชื้อ หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย หากหัวใจเดิมไม่แข็งแรง อาจเกิดภาวะหัวใจวายแทรกซ้อนได้ง่าย
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือหอบหืด: ทางเดินหายใจมีแผลหรือการอักเสบเรื้อรังอยู่แล้ว เชื้อโรคจึงเข้าสู่เนื้อปอดได้ง่ายจนกลายเป็นปอดอักเสบ

ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

กลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือรูมาตอยด์ที่ต้องรับประทานยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง รวมถึงผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ คนกลุ่มนี้เปรียบเสมือนป้อมปราการที่ขาดทหารคุ้มกัน เชื้อโรคธรรมดาที่ไม่ทำอันตรายคนทั่วไปก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้

หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์

หญิงตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านทารกในครรภ์ ประกอบกับมดลูกที่โตขึ้นจะดันกระบังลมทำให้ปอดขยายตัวได้น้อยลง ส่วนผู้ที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำทั่วร่างกาย และจำกัดการเคลื่อนไหวของทรวงอก ทำให้ประสิทธิภาพการหายใจลดลง

สัญญาณเตือนอันตราย: อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

สำหรับกลุ่มเสี่ยง การรอดูอาการที่บ้านนานเกินไปอาจทำให้การรักษาล่าช้า หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว

  • ไข้สูงลอยเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ยอมลง หรือมีอาการหนาวสั่นมาก
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หรือหายใจจนชายโครงบุ๋ม
  • ระดับออกซิเจนในเลือดที่วัดจากปลายนิ้วต่ำกว่า 95%
  • มีอาการซึมลง สับสน เรียกไม่ค่อยรู้เรื่อง หรือเด็กไม่ยอมดูดนมและงอแงผิดปกติ
  • รับประทานอาหารหรือน้ำไม่ได้เลย อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะออกน้อยมาก

วิธีดูแลและสร้างเกราะป้องกันให้คนที่เรารัก

การป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเป็นหัวใจสำคัญที่สุดสำหรับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสามารถเริ่มต้นทำได้ง่ายๆ จากชีวิตประจำวัน

รับวัคซีนป้องกันโรคอย่างครบถ้วนและตรงเวลา

วัคซีนเปรียบเสมือนการซ้อมรบให้ระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส วัคซีนโควิด-19 รวมถึงวัคซีนงูสวัดสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดูแลสุขอนามัยและสภาพแวดล้อมภายในบ้าน

หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู รีโมท และหากคนในบ้านเริ่มมีอาการคล้ายหวัด ควรสวมหน้ากากอนามัยทันทีเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่กลุ่มเสี่ยง

ควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในเกณฑ์คงที่

รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ปรับยาหรือหยุดยาเอง ไปตรวจติดตามอาการตามนัดสม่ำเสมอ และตรวจวัดค่าต่างๆ ที่บ้าน เช่น ค่าน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายอยู่ในสภาวะที่สมดุลพร้อมรับมือกับเชื้อโรคอยู่เสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down