เวลาที่คนไข้ต้องเข้ารับการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย หมอเข้าใจดีว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ ทั้งเรื่องผลการรักษาและผลข้างเคียงที่อาจจะตามมา เพราะพื้นที่ตรงนี้อัดแน่นไปด้วยอวัยวะสำคัญหลายอย่าง ทั้งกระเพาะปัสสาวะ ลําไส้ และอวัยวะเพศ ซึ่งล้วนแต่มีความไวต่อรังสีค่อนข้างมาก
การทำความเข้าใจล่วงหน้าเกี่ยวกับ ภาวะแทรกซ้อนจากการฉายรังสีบริเเวณนี้ จะช่วยให้เราไม่ต้องตกใจเมื่ออาการเหล่านี้เกิดขึ้น และรู้วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องก่อนที่จะมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุด
ทำไมการฉายรังสีตรงอุ้งเชิงกรานถึงส่งผลกระทบต่ออวัยวะรอบข้าง?
การฉายรังสีก็เหมือนกับการส่งแสงพลังงานสูงเข้าไปจัดการกับเซลล์มะเร็ง แต่ในระหว่างทางหรือบริเวณใกล้เคียง เจ้าแสงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะไปโดนเซลล์ปกติที่ดีๆ เข้าด้วย ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม หรือในระยะยาวอาจทำให้เนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นน้อยลงและเกิดพังผืด ซึ่งผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่ค่อยๆ แสดงอาการออกมาในช่วงระหว่างที่กำลังรักษาหรือแม้กระทั่งหลังจากจบคอร์สไปแล้วหลายเดือน
ปัญหาเรื่องขับถ่ายและลำไส้ที่พบบ่อยหลังฉายรังสี
เมื่อลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ส่วนล่างโดนรังสี สิ่งแรกๆ ที่คนไข้มักจะบ่นให้หมอฟังคือเรื่องการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป บางคนมีอาการท้องเสีย ถ่ายบ่อย มีมูกเลือดปน หรือรู้สึกปวดเบ่งตลอดเวลาเหมือนเข้าห้องน้ำไม่สุด เนื่องจากผนังลำไส้เกิดการอักเสบชั่วคราว
วิธีดูแลตัวเองเมื่อลำไส้เริ่มประท้วง
ในช่วงที่กำลังฉายรังสี อาหารการกินคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความทรมานลงได้
- เลี่ยงอาหารไขมันสูงและรสจัด: ของทอด ของเผ็ด หรืออาหารที่มีรสจัดจ้าน จะยิ่งไปกระตุ้นลำไส้ที่กำลังบอบบางให้บีบตัวแรงขึ้นและทำให้ท้องเสียหนักกว่าเดิม
- เลือกกินอาหารกากใยต่ำชั่วคราว: แม้ว่าปกติหมอจะแนะนำให้กินผักผลไม้เยอะๆ แต่ในช่วงที่ลำไส้อักเสบ การกินกากใยมากๆ จะทำให้ถ่ายบ่อยขึ้น ให้เปลี่ยนมาทานข้าวขาว เนื้อปลา หรือผักต้มสุกนิ่มแทน
- ดื่มน้ำเกลือแร่ทดแทน: หากมีอาการท้องเสียร่วมด้วย การจิบน้ำเกลือแร่จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำได้ดี
อาการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะและทางเดินปัสสาวะ
นอกจากลำไส้แล้ว กระเพาะปัสสาวะที่อยู่ใกล้ๆ กันก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน คนไข้หลายคนจะเริ่มรู้สึกแสบขัดเวลาปัสสาวะ รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือบางทีรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำกะทันหันจนกลั้นแทบไม่ไหว อาการเหล่านี้เกิดจากเยื่อบุทางเดินปัสสาวะเกิดการอักเสบจากการโดนรังสี
สิ่งที่เราช่วยกันทำได้คือการดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ในระหว่างวัน เพื่อช่วยเจือจางน้ำปัสสาวะไม่ให้มีความเข้มข้นสูงจนไปแสบระคายเคืองแผล และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งไปกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นไปอีก
ผลกระทบระยะยาวที่ต้องสังเกตและดูแลอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนหรือเป็นปี ภาวะแทรกซ้อนจากการฉายรังสีบริเเวณอุ้งเชิงกรานในระยะยาวอาจปรากฏขึ้นในรูปแบบของพังผืด ทำให้ลำไส้ตีบตัน มีเลือดออกทางทวารหนักเรื้อรัง หรือในผู้หญิงอาจมีช่องคลอดตีบแคบและแห้ง ทำให้มีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ส่วนในผู้ชายอาจพบปัญหาเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง
อาการเหล่านี้หมออยากให้เปิดใจพูดคุยกับแพทย์ผู้ดูแลอย่างตรงไปตรงมา เพราะปัจจุบันเรามีแนวทางการรักษา ฟื้นฟู และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การทำกายภาพบำบัด หรือการใช้เครื่องมือขยายช่องคลอดตามคำแนะนำของแพทย์
อาการแบบไหนที่ควรกลับมาพบแพทย์ก่อนนัด?
แม้ว่าอาการข้างเคียงบางอย่างจะเป็นเรื่องปกติที่พบได้ แต่มีบางสัญญาณเตือนที่ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์ก่อนวันนัด:
- ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสดจำนวนมาก หรือมีลิ่มเลือดปนออกมากับอุจจาระ
- ปวดท้องรุนแรง ท้องอืดมาก และไม่สามารถผายลมหรือถ่ายอุจจาระได้เลย
- มีไข้หนสั่น ร่วมกับปวดหลังส่วนล่างหรือปวดก้นกบอย่างรุนแรง
- ปัสสาวะไม่ออกเลย หรือมีเลือดปนในปัสสาวะจนเป็นสีแดงเข้ม
การดูแลรักษาโรคมะเร็งและการฉายรังสีเป็นการเดินทางที่ยาวนานและเหนื่อยล้า ทั้งทางร่างกายและจิตใจ หมออยากให้จำไว้เสมอว่าอาการข้างเคียงส่วนใหญ่สามารถจัดการและบรรเทาลงได้ ขอเพียงแค่สังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเองอย่างใกล้ชิด และกล้าที่จะปรึกษาแพทย์ทุกครั้งที่มีข้อสงสัย เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันครับ