ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

การรักษาด้วยยาพุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด ต่างจากการฉายแสงหรือคีโมอย่างไร

เวลาได้ยินคำว่ารักษามะเร็ง หลายคนมักจะนึกถึงภาพการฉายรังสีหรือการให้เคมีบำบัดที่มักส่งผลกระทบต่อเซลล์ดีในร่างกายไปด้วย ทำให้เกิดอาการข้างเคียงอย่างผมร่วงหรืออ่อนเพลีย แต่ในปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปมาก คือ การรักษาด้วยยาพุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งเปรียบเสมือนการติดอาวุธที่แม่นยำให้ร่างกายเข้าไปจัดการกับเซลล์ร้ายโดยเฉพาะ โดยลดการทำลายเซลล์ปกติให้น้อยที่สุด

ยาพุ่งเป้าคืออะไร และทำไมถึงเรียกว่าแม่นยำ

หลักการของยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) คือการใช้ยาเข้าไปจับกับโปรตีนหรือสัญญาณเฉพาะที่เซลล์มะเร็งใช้ในการเจริญเติบโตหรือแบ่งตัว เหมือนกับการหาจุดอ่อนของเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดให้เจอ แล้วส่งยาไปขัดขวางกระบวนการนั้นโดยตรง

  • ยามักอยู่ในรูปแบบยาเม็ดหรือยาฉีด
  • ใช้ได้ผลดีมากในผู้ป่วยที่ตรวจพบความผิดปกติทางพันธุกรรมของมะเร็งชนิดนั้นๆ
  • ผลข้างเคียงมักจะต่างจากเคมีบำบัดทั่วไป เช่น อาจมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง หรืออาการบวมน้ำ แต่จะไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงเท่าแบบเดิม

ภูมิคุ้มกันบำบัด ปลุกพลังนักรบในตัวเราให้กลับมาสู้มะเร็ง

ร่างกายเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยตรวจจับสิ่งแปลกปลอมอยู่แล้ว แต่เซลล์มะเร็งมักจะมีความฉลาดในการพรางตัว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันจำไม่ได้ว่าเป็นศัตรู การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวช่วยเปิดผ้าคลุมล่องหนของมะเร็ง

ทำความเข้าใจกลไกการปลดล็อกภูมิคุ้มกัน

ยากลุ่มนี้จะเข้าไปยับยั้งกลไกที่เซลล์มะเร็งใช้หลบเลี่ยงการตรวจจับ เมื่อเกราะพรางตัวถูกทำลาย ร่างกายก็จะกลับมามองเห็นเซลล์มะเร็งอีกครั้ง และส่งเม็ดเลือดขาวเข้าไปจัดการกับเซลล์เหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง

การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับตัวเรา

การตัดสินใจใช้การรักษาด้วยยาพุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด ไม่สามารถใช้หลักการเหมาโหลได้ เพราะมะเร็งแต่ละก้อนมีลักษณะเฉพาะตัว การตรวจทางพันธุกรรมหรือตรวจชิ้นเนื้อเพื่อดูค่าโปรตีนบางชนิดก่อนเริ่มรักษาจึงสำคัญมาก เพื่อให้มั่นใจว่ายาที่ได้รับจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไข้

ผลข้างเคียงที่ต้องคอยสังเกตระหว่างรักษา

แม้ว่าการรักษาด้วยยาพุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัดจะดูมีความปลอดภัยและแม่นยำ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีผลข้างเคียง สิ่งที่หมอมักเน้นย้ำกับคนไข้คือการสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับอวัยวะภายใน เช่น การอักเสบของปอด ลำไส้ หรือตับ ซึ่งถ้าหากพบเร็ว แพทย์ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนแผนการรักษาหรือให้ยาอื่นมาควบคุมอาการได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down