ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ก้าวข้ามผ่านการรักษาแบบเดิม ด้วยวิธีที่แม่นยำกว่า

เวลาที่หมอตรวจพบคนไข้เป็นมะเร็ง หลายคนมักจะกังวลกับภาพจำของการให้เคมีบำบัดแบบเดิมที่ทำลายทั้งเซลล์ดีและเซลล์ร้ายจนร่างกายอ่อนเพลีย แต่ปัจจุบันวงการแพทย์ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของการรักษาที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น นั่นคือ การรักษาด้วยยาพุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปกำจัดเป้าหมายโดยไม่ทำให้พื้นที่ข้างเคียงเสียหายหนักเท่าเดิม

ยาพุ่งเป้า คืออะไร ทำไมถึงเรียกแบบนั้น

ยาพุ่งเป้า หรือ Targeted Therapy คือยาที่ไม่ได้ออกฤทธิ์กว้างขวางเหมือนยาคีโมทั่วไป แต่จะเข้าไปจับกับสัญญาณหรือโมเลกุลที่ผิดปกติบนผิวเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ เมื่อยาเข้าไปล็อคที่เป้าหมายเหล่านั้น มันจะหยุดการเจริญเติบโตหรือสั่งให้เซลล์มะเร็งหยุดแบ่งตัวทันที

ทำไมต้องตรวจรหัสพันธุกรรมก่อนเริ่มยา

ไม่ใช่ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนจะใช้ยาพุ่งเป้าได้ผลเหมือนกัน หมอจึงจำเป็นต้องนำชิ้นเนื้อไปตรวจยีนหรือโปรตีนที่จำเพาะเจาะจงก่อน หากพบว่าคนไข้มีมิวเทชัน (Mutation) หรือการกลายพันธุ์ตรงกับยาที่มีในตลาด การรักษาก็จะมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ถ้าตรวจไม่พบยีนเป้าหมาย การใช้ยาชนิดนี้ก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์

ภูมิคุ้มกันบำบัด: ปลุกพลังนักรบในตัวเราให้ตื่นขึ้นมาสู้

ปกติเซลล์มะเร็งมักจะมีวิธีตบตาหลบเลี่ยงการทำลายของร่างกายเรา ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมองข้ามพวกมันไป การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หรือ Immunotherapy จึงเข้ามาทำหน้าที่ปลดล็อกเงื่อนไขที่เซลล์มะเร็งสร้างไว้ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของคนไข้กลับมามองเห็นและกำจัดมะเร็งได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

ใครบ้างที่มีโอกาสตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันบำบัด

วิธีนี้มักได้ผลดีในมะเร็งบางชนิดที่มีความสามารถในการซ่อนตัวสูง โดยแพทย์จะประเมินจากตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) ในก้อนมะเร็งว่ามีความพร้อมที่จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งถือเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบมาตรฐาน

ความแตกต่างที่คนไข้ควรรู้ก่อนตัดสินใจรักษา

  • ความแม่นยำ: ยาพุ่งเป้าเน้นที่รหัสพันธุกรรมของมะเร็ง ส่วนภูมิคุ้มกันบำบัดเน้นที่การฟื้นฟูระบบป้องกันของร่างกาย
  • ผลข้างเคียง: แม้จะทำลายเซลล์ดีน้อยกว่ายาคีโม แต่ทั้งสองวิธีก็มีผลข้างเคียงเฉพาะตัว เช่น ผื่นคัน ปัญหาเรื่องตับ หรืออาการอักเสบในระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งหมอจะคอยติดตามอย่างใกล้ชิด
  • การวางแผน: บางกรณีหมออาจเลือกใช้ควบคู่กัน หรือใช้สลับกับการรักษาหลัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

เตรียมตัวรับการรักษาอย่างไรให้มั่นใจที่สุด

ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการพูดคุยกับทีมแพทย์อย่างตรงไปตรงมา การนำประวัติการรักษาเดิม ผลการตรวจยีน หรือแม้แต่ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและผลข้างเคียงมาปรึกษาจะช่วยให้การวางแผนการรักษาราบรื่นขึ้น ยาเหล่านี้เป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัย แต่การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจะทำให้คนไข้มีกำลังใจและพร้อมรับมือกับการรักษาในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down