ทิ้งท้ายความอร่อยไม่ลง แต่ท้องพังไม่หยุด: เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนเจอ
เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือเดินตลาดนัด เรามักจะเจอของกินหน้าตาน่าทานเต็มไปหมด ทั้งส้มตำปูปลาร้าแซ่บๆ น้ำแข็งใสชื่นใจ หรือน้ำปั่นสีสันสดใส แต่พอกินเสร็จกลับต้องมานอนปวดท้อง ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ จนแทบไม่มีแรงลุกจากเตียง หลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่กินแค่นิดเดียวเอง ความจริงแล้วต้นเหตุอาจมาจากเชื้อโรคตัวจิ๋วที่แฝงมากับอาหารและน้ำดื่มที่เราวางใจนั่นเอง
เช็คลิสต์โรคยอดฮิต เมื่อกินอาหารและดื่มน้ำที่ไม่สะอาดเข้าไป
เวลาที่เราเผลอกินอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป ร่างกายมักจะแสดงอาการประท้วงออกมาทันที โรคกลุ่มนี้ทางการแพทย์เรียกว่าโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ซึ่งมีหลายโรคที่เราคุ้นเคยกันดี
อาหารเป็นพิษและท้องเสียเฉียบพลัน: ปวดบิด ท้องร่วง อาเจียนยกแพ็ก
อาการยอดฮิตอันดับหนึ่ง มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่ตั้งทิ้งไว้นาน อาหารค้างคืน หรืออาหารสุกๆ ดิบๆ เชื้อโรคเหล่านี้จะเข้าไปป่วนระบบทางเดินอาหาร ทำให้เรามีอาการปวดท้องบิดเกร็ง คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเหลวเป็นน้ำติดต่อกันหลายครั้ง
โรคบิด: ถ่ายมีมูกเลือด ปวดเบ่งทรมาน
หากอาการท้องเสียของคุณรุนแรงขึ้น มีไข้ร่วมด้วย และเวลาถ่ายอุจจาระรู้สึกปวดเบ่งแถมมีมูกหรือเลือดปนออกมา นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเชื้อโรคอาจลุกลามทำให้ลำไส้อักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง เช่น เชื้อบิดมีตัวหรือบิดไม่มีตัว ซึ่งต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง
ไวรัสตับอักเสบเอและไทฟอยด์: ภัยเงียบที่มากับน้ำและน้ำแข็ง
ไม่ใช่แค่อาการท้องเสียฉับพลันเท่านั้น น้ำดื่มที่ไม่สะอาดหรือน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำไม่สะอาด ยังเป็นพาหะนำโรคที่น่ากลัวอย่างไวรัสตับอักเสบเอ ทำให้ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย หรือโรคไข้ไทฟอยด์ที่มีไข้สูงเรื้อรังและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากรักษาไม่ทัน
กลไกการติดต่อ: เชื้อโรคเดินทางเข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไร
เส้นทางที่เชื้อโรคจากอาหารและน้ำจะเข้าสู่ร่างกายเราไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากวงจรที่เรียกว่า เส้นทางอุจจาระสู่ปาก (Fecal-Oral Route) ซึ่งฟังดูอาจจะน่าตกใจ แต่มันเกิดขึ้นได้ง่ายมาก
- อาหารปนเปื้อน: อาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารที่มีแมลงวันตอม หรืออาหารที่วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกินไปจนแบคทีเรียแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว
- น้ำดื่มและน้ำแข็งที่ไม่สะอาด: แหล่งน้ำดิบที่นำมาทำน้ำดื่มหรือน้ำแข็งไม่ผ่านกระบวนการกรองและฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน
- สุขอนามัยส่วนบุคคล: การหยิบจับอาหารด้วยมือที่ไม่ล้างให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ หรือการใช้ภาชนะร่วมกันโดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
วิธีป้องกันตัวเองและคนที่คุณรักให้ห่างไกลจากโรคท้องร่วง
การปกป้องระบบทางเดินอาหารของเราให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคในอาหารและน้ำ ไม่ใช่เรื่องยากหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตประจำวันเล็กน้อย
- ยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ: ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ความร้อนช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีที่สุด ใช้ช้อนกลางเมื่อทานอาหารร่วมกับผู้อื่น และล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- เลือกดื่มน้ำและน้ำแข็งที่สะอาด: ดื่มน้ำต้มสุก น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีฝาปิดสนิทได้มาตรฐาน และหลีกเลี่ยงน้ำแข็งที่ตักจากถังเปิดโล่งโดยไม่รู้แหล่งที่มา
- ระวังอาหารสุกๆ ดิบๆ: หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารหมักดองที่ไม่แน่ใจเรื่องความสะอาด และอาหารที่มีรสจัดหรือกลิ่นผิดปกติ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ด่วน
อาการท้องเสียส่วนใหญ่สามารถหายได้เองหากดื่มเกลือแร่ (ORS) เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่ารอช้า ควรไปพบแพทย์ทันที
- มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
- ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน หรือถ่ายเป็นน้ำปริมาณมากจนหน้ามืดวิงเวียน
- อาเจียนตลอดเวลาจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือเกลือแร่ได้เลย
- มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปัสสาวะออกน้อยมากหรือเป็นสีเข้มจัด ปากแห้ง ผิวแห้ง และอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด