ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเริ่มพูดเมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่าปกติ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักกังวลใจเวลาเห็นลูกวัยเดียวกันเริ่มพูดเป็นประโยคแล้ว แต่ลูกเรายังเงียบหรือสื่อสารด้วยการชี้เพียงอย่างเดียว ความกังวลนี้เป็นเรื่องปกติที่หมอเจอในห้องตรวจทุกวัน การพัฒนาด้านภาษาของเด็กแต่ละคนมีความเร็วไม่เท่ากัน แต่ก็มีเกณฑ์กว้างๆ ที่เราใช้สังเกตได้ว่าลูกกำลังเผชิญกับ ความล่าช้าทางด้านภาษาและการสื่อสาร หรือไม่

เช็กให้ชัวร์ ลูกกำลังอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวังหรือเปล่า

การสังเกตพัฒนาการลูกต้องดูเป็นช่วงวัย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าถึงเวลาที่ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแล้วหรือไม่

สัญญาณเตือนช่วงขวบปีแรก

  • ไม่ยิ้มตอบ หรือไม่สบตาเวลาแม่คุยด้วย
  • ไม่ส่งเสียงอ้อแอ้หรือเลียนแบบเสียงคนรอบข้าง
  • ไม่หันตามเสียงเรียกเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 9-12 เดือน

สัญญาณเตือนเมื่ออายุ 1-2 ปี

  • ไม่รู้จักชี้สิ่งของที่ต้องการ หรือไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เช่น ห้ามทำ หรือ มานี่
  • ไม่เริ่มพูดคำเดี่ยวๆ เมื่ออายุใกล้จะ 18 เดือน
  • ไม่พยายามสื่อสารผ่านท่าทาง เช่น โบกมือลา หรือส่ายหน้า

สาเหตุที่ทำให้ลูกพูดช้าเกิดจากอะไรได้บ้าง

หลายครั้งที่หมอตรวจพบว่าความล่าช้าไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมองเสมอไป แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วยเสมอ เช่น

  • ปัญหาการได้ยิน: เด็กที่ได้ยินไม่ชัดเจนจะเลียนแบบเสียงได้ยาก
  • สิ่งแวดล้อมที่ขาดการกระตุ้น: การที่เด็กไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรือใช้หน้าจอสื่อสารเป็นหลัก
  • ความผิดปกติของพัฒนาการด้านอื่นๆ: เช่น พัฒนาการทางอารมณ์หรือการเข้าสังคมที่ล่าช้า
  • ความผิดปกติทางร่างกายในช่องปาก: เช่น พังผืดใต้ลิ้นที่ทำให้การขยับลิ้นออกเสียงไม่ชัดเจน

วิธีช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกพูดเก่งขึ้นที่บ้าน

หากลูกเริ่มมีสัญญาณเตือน คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจจนเกินไป แต่ต้องเริ่มปรับวิธีการเลี้ยงดูเพื่อกระตุ้นให้ลูกอยากสื่อสารมากขึ้น

  • พูดคุยกับลูกบ่อยๆ: แม้ลูกจะยังพูดไม่ได้ แต่ให้เล่ากิจกรรมที่ทำอยู่ให้ฟังตลอดเวลา เพื่อให้ลูกจดจำจังหวะการใช้ภาษา
  • งดหน้าจอทุกชนิด: แท็บเล็ตและโทรทัศน์ไม่ใช่ผู้ช่วยสอนภาษาที่ดี เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียวที่ขาดการโต้ตอบ
  • เล่นกับลูกให้มากขึ้น: การเล่นบทบาทสมมติหรือใช้ของเล่นที่ต้องอาศัยการรอคอยและการโต้ตอบ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องจังหวะการสื่อสาร
  • ตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกพยายามจะบอก: แม้จะเป็นแค่เสียงอืออาหรือการชี้ อย่าเพิ่งรีบทำให้ทันที แต่ให้ลองทวนคำศัพท์นั้นเพื่อให้ลูกได้ยินชัดๆ

เมื่อไหร่ที่ควรพามาพบคุณหมอเพื่อประเมินอย่างละเอียด

หากคุณพ่อคุณแม่ลองกระตุ้นอย่างเต็มที่แล้วเป็นเวลา 3-6 เดือน แต่พัฒนาการด้านการสื่อสารยังคงนิ่งสนิท หรือดูเหมือนจะถอยหลังเข้าคลอง เช่น เคยพูดได้แต่กลับเลิกพูด หรือมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรงจากการที่สื่อสารไม่ได้ หมอแนะนำว่าการพามาพบกุมารแพทย์พัฒนาการคือทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อการคัดกรองและรับการบำบัดกระตุ้นพัฒนาการให้ตรงจุดที่สุดก่อนจะเลยช่วงวัยทองของการเรียนรู้ไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down