ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยเผลอมองดูลูกน้อยหลับปุ๋ย หรือตอนที่กำลังเล่นสนุก แล้วรู้สึกว่าลูกหายใจเร็วผิดปกติหรือเปล่า? บางครั้งก็กังวลใจว่าจะเกิดอันตรายไหม ต้องไปหาหมอเลยหรือเปล่า?

ในฐานะคุณหมอที่ดูแลเด็กๆ มาหลายปี เข้าใจดีว่าความกังวลใจเรื่องสุขภาพของลูกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับพ่อแม่ทุกคน โดยเฉพาะเรื่องการหายใจ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าร่างกายของลูกกำลังบอกอะไรบางอย่าง วันนี้คุณหมอจะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียดและเข้าใจง่ายๆ ว่าเราจะสังเกตอาการหายใจเร็วในทารกและเด็กเล็กได้อย่างไร ให้รู้เท่าทันและรับมือได้ถูกวิธีครับ

สังเกตการหายใจของลูกน้อย: ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

การหายใจเป็นกลไกสำคัญในการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ถ้าลูกน้อยหายใจเร็ว นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายกำลังพยายามทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอ หรือกำลังต่อสู้กับความผิดปกติบางอย่าง เช่น การติดเชื้อ ไข้ หรือปัญหาทางเดินหายใจอื่นๆ การที่เราสังเกตอาการหายใจเร็วได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าควรดูแลเบื้องต้นอย่างไร หรือเมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ เพื่อให้ลูกได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีครับ

หายใจเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่า “ผิดปกติ” ในเด็กเล็ก?

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า อัตราการหายใจของเด็กจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัย และโดยธรรมชาติเด็กเล็กจะหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่เสมอ การหายใจเร็วที่ผิดปกติคือเมื่ออัตราการหายใจสูงกว่าเกณฑ์ปกติของช่วงวัยนั้นๆ อย่างมีนัยสำคัญ

อัตราการหายใจปกติของเด็กแต่ละวัย

  • ทารกแรกเกิด – 2 เดือน: ไม่เกิน 60 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 2 เดือน – 12 เดือน: ไม่เกิน 50 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 1 ปี – 5 ปี: ไม่เกิน 40 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 6 ปี – 8 ปี: ไม่เกิน 30 ครั้งต่อนาที

*ข้อควรจำ: เกณฑ์เหล่านี้คือค่าประมาณ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอาจไม่น่ากังวล แต่ถ้าเร็วกว่าปกติมาก หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ก็ต้องระวังครับ

แล้วจะนับลมหายใจลูกยังไงให้แม่นยำ?

การนับลมหายใจลูกอาจจะดูยาก แต่ก็มีวิธีง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ทำตามได้ครับ:

  1. เลือกช่วงเวลาที่ลูกสงบ: ควรนับตอนที่ลูกกำลังหลับสบาย หรือตอนที่ลูกพักผ่อนอยู่ ไม่ได้กำลังร้องไห้ เล่นซน หรือเพิ่งกินนมเสร็จ เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้อัตราการหายใจเร็วขึ้นชั่วคราวได้
  2. สังเกตการเคลื่อนไหวของหน้าอกหรือท้อง: ให้คุณแม่วางมือเบาๆ ที่หน้าอกหรือท้องของลูก แล้วนับการขึ้น-ลงของหน้าอกหรือท้อง ซึ่งนับเป็น 1 ครั้งของการหายใจ
  3. นับนาน 1 นาทีเต็ม: เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด ควรนับให้ครบ 60 วินาที หรือ 1 นาทีเต็มๆ (ไม่ใช่นับ 15 วินาทีแล้วคูณ 4 นะครับ เพราะจังหวะการหายใจของเด็กอาจไม่สม่ำเสมอ)
  4. ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง: เพื่อความมั่นใจ อาจลองนับซ้ำอีก 2-3 ครั้ง แล้วนำค่าเฉลี่ยมาพิจารณา

นอกจากหายใจเร็วแล้ว... มีสัญญาณอะไรอีกบ้างที่ต้องรีบสังเกต?

การหายใจเร็วเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งเท่านั้น การประเมินอาการของลูกต้องดูจากภาพรวมทั้งหมด หากพบว่าลูกหายใจเร็ว และ มีสัญญาณเหล่านี้ร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

สัญญาณจากลักษณะการหายใจที่ผิดปกติ

  • หายใจอกบุ๋ม / ชายโครงบุ๋ม (Retractions): สังเกตเห็นว่าขณะที่ลูกหายใจเข้า บริเวณช่องว่างระหว่างซี่โครง หรือใต้ชายโครงบุ๋มลึกลงไป
  • ปีกจมูกบาน (Nasal Flaring): ขณะหายใจเข้า ปีกจมูกของลูกจะขยายออกบานกว่าปกติ
  • หายใจมีเสียงดังผิดปกติ:
    • เสียงครืดคราด / คราง (Grunting): ลูกหายใจออกพร้อมกับเสียงครางเบาๆ เหมือนต้องออกแรงดันลมออกมา
    • เสียงหวีด / วี้ด (Wheezing): มีเสียงหวีดๆ เหมือนลมออกลอดออกมาตอนหายใจ อาจเป็นสัญญาณของหลอดลมตีบ
    • เสียงสตริดอร์ (Stridor): เสียงหายใจที่ดังแหลมออกมาตอนหายใจเข้า มักเกิดจากการอุดกั้นบริเวณกล่องเสียงหรือหลอดลมใหญ่
  • หายใจลำบาก หรือหยุดหายใจเป็นช่วงๆ: ลูกดูเหมือนพยายามหายใจอย่างหนัก ตัวโยน หรือมีภาวะหยุดหายใจชั่วขณะ

สัญญาณอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าลูกไม่สบาย

  • ลูกซึมลง หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ: ไม่ร่าเริงเหมือนเคย ไม่สนใจสิ่งรอบตัว ง่วงซึมตลอดเวลา หรือกลับกันคือหงุดหงิด งอแงผิดปกติ
  • กินนมได้น้อย หรือไม่ยอมกินเลย: โดยเฉพาะในทารก การดูดนมที่ลดลงเป็นสัญญาณสำคัญ
  • ไข้สูง: มีไข้ร่วมกับการหายใจเร็ว
  • ตัวเขียว หรือปากเขียว: โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า เป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
  • ผิวหนังซีดหรือมีลายๆ: แสดงถึงการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี

ทำไมลูกถึงหายใจเร็วได้นะ? มาทำความเข้าใจสาเหตุที่พบบ่อยกัน

การที่ลูกหายใจเร็วอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งที่ไม่รุนแรงและที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

การติดเชื้อทางเดินหายใจ

  • ไข้หวัดทั่วไป หรือไข้หวัดใหญ่: ลูกมีไข้ ตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอ และหายใจเร็วขึ้น เพื่อช่วยระบายความร้อนและรับออกซิเจนมากขึ้น
  • หลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบ (ปอดบวม): การอักเสบในปอดทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำได้ไม่ดี ร่างกายจึงต้องหายใจเร็วขึ้นเพื่อชดเชย
  • โรคหอบหืด (Asthma): หลอดลมตีบแคบ ทำให้หายใจลำบากและหายใจเร็ว มีเสียงหวีด
  • ครูป (Croup): การอักเสบของกล่องเสียงและหลอดลม มักมีอาการไอเสียงก้องคล้ายเสียงหมาเห่า หายใจลำบาก

ภาวะอื่นๆ ที่ทำให้หายใจเร็ว

  • มีไข้: ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม เมื่อมีไข้ ร่างกายจะต้องการออกซิเจนมากขึ้นและพยายามระบายความร้อน จึงทำให้หายใจเร็วขึ้น
  • เจ็บปวด หรือไม่สบายตัว: เช่น ปวดท้อง ท้องอืด หรือมีอาการบาดเจ็บ
  • ภาวะเลือดจาง: เมื่อเม็ดเลือดแดงน้อยลง การนำพาออกซิเจนก็ลดลง ร่างกายจึงต้องหายใจเร็วขึ้นเพื่อชดเชย
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด: ทำให้ประสิทธิภาพการส่งเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายลดลง
  • ภาวะขาดน้ำ: ร่างกายพยายามชดเชยการสูญเสียน้ำ
  • มีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ: หากลูกสำลักหรือมีของเล่นชิ้นเล็กๆ ติดคอ อาจทำให้หายใจเร็วและลำบากมาก ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

สรุปง่ายๆ: เมื่อไหร่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกไปหาหมอทันที?

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการใดๆ ดังต่อไปนี้ในลูกน้อย ไม่ควรรอช้า ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีหรือโทรศัพท์ปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • ลูกหายใจเร็วกว่าปกติมาก และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อกบุ๋ม ชายโครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงหายใจที่ผิดปกติ
  • ลูกดูซึมลง ไม่ร่าเริง งอแงผิดปกติ หรือตอบสนองช้าลง
  • ลูกไม่ยอมกินนมหรืออาหารเลย
  • มีไข้สูงร่วมกับการหายใจเร็ว
  • ตัวซีด ปากซีด ปากเขียว หรือตัวลาย
  • ลูกดูเหนื่อยหอบอย่างเห็นได้ชัด หายใจลำบาก หรือมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ
  • คุณแม่รู้สึกกังวลใจอย่างมากว่าลูกผิดปกติ

การสังเกตอาการหายใจของลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนควรเรียนรู้และให้ความใส่ใจ หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยใดๆ อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ เพราะการดูแลอย่างใกล้ชิดและได้รับการรักษาที่ทันท่วงที จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณกลับมาแข็งแรงและสดใสได้เร็วที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down