หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ชวนเหงื่อตกตอนนั่งอยู่บนโถส้วม เวลาที่อุจจาระก้อนใหญ่ออกมาแล้วรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที เหมือนมีเศษแก้วหรือมีดกรีดอยู่ตรงนั้น แถมพอลุกขึ้นมามองกระดาษทิชชู ก็ต้องตกใจเพราะมีเลือดสีแดงสดติดมาด้วย อาการแบบนี้ไม่ใช่ริดสีดวงทวารเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคที่ชื่อว่า แผลปริขอบทวารหนักจากการถ่ายอุจ ซึ่งเป็นปัญหากวนใจที่สร้างความทรมานให้คนไข้ในห้องตรวจของหมอมานักต่อนักแล้ว
ทำไมเบ่งอึทีไรถึงเจ็บจี๊ดเหมือนโดนมีดบาด?
ในฐานะหมอ เวลาอธิบายให้คนไข้ฟังเรื่อง แผลปริขอบทวารหนักจากการถ่ายอุจ หมอชอบเปรียบเทียบผิวหนังบริเวณนั้นให้เห็นภาพง่ายๆ ว่ามีความบางและยืดหยุ่นคล้ายกับมุมปากของเรา เวลาที่เราท้องผูก อุจจาระจะแห้งและแข็งมาก เมื่อเบ่งออกมา ก้อนอุจจาระที่แข็งและใหญ่เกินกว่าที่ผิวหนังจะขยายรับไหวก็จะไปเบียดและฉีกกระชากเยื่อบุผิวภายในทวารหนักให้ปริแตกออก กลายเป็นแผลสดขนาดเล็กที่ไวต่อความรู้สึกมากๆ ทุกครั้งที่มีอุจจาระก้อนใหม่ผ่านไปโดน แผลนี้ก็จะถูกกระตุ้นให้เจ็บปวดขึ้นมาอีกวนเวียนแบบนี้ไม่รู้จบ
เช็กอาการด่วน แบบไหนที่เข้าข่ายแผลปริขอบทวารหนัก?
อาการเด่นๆ ที่หมอมักจะเจอและคนไข้เล่าให้ฟังตรงกันเสมอก็คือ:
- เจ็บปวดรุนแรงขณะถ่ายอุจจาระ เหมือนมีอะไรมาบาดหรือฉีกขาด
- อาการเจ็บปวดไม่ได้จบลงแค่ตอนถ่ายเสร็จ แต่ยังคงปวดตื้อ ปวดหน่วง หรือแสบยิบๆ ต่อเนื่องไปอีกหลายชั่วโมงหลังจากเข้าห้องน้ำ
- มีเลือดสดติดอยู่ที่ผิวของอุจจาระ หรือติดอยู่บนกระดาษทิชชูเวลาเช็ด แต่มักจะไม่ใช่เลือดออกปริมาณมากๆ แบบพุ่งกระเซ็น
- คลำเจอติ่งเนื้อเล็กๆ แถวขอบทวารหนัก ซึ่งเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของแผล
แผลปริขอบทวารหนัก ต่างจากริดสีดวงทวารอย่างไร?
คนไข้ส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาหาหมอ มักจะคิดว่าตัวเองเป็นริดสีดวงทวารหนักและไปซื้อยาทามารักษาเองแต่ไม่หายสักที ความจริงแล้วทั้งสองโรคนี้มีความต่างกันพอสมควร ริดสีดวงมักจะเป็นกลุ่มเส้นเลือดที่โป่งพองออกมา จะรู้สึกเหมือนมีก้อนนิ่มๆ ยื่นออกมา แต่ถ้าเป็น แผลปริขอบทวารหนักจากการถ่ายอุจ อาการหลักจะไม่ใช่ก้อนเนื้อ แต่คืออาการเจ็บแปลบเหมือนแผลสดและการฉีกขาดชัดเจนเวลาถ่าย ซึ่งบางครั้งโรคทั้งสองนี้ก็เกิดขึ้นพร้อมกันได้ด้วย
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นให้แผลหายไวและไม่กลับมาเจ็บซ้ำ
ข่าวดีคือแผลพวกนี้มีความสามารถในการสมานตัวเองค่อนข้างดี ถ้าเราจัดการที่ต้นเหตุได้ถูกต้อง โดยมีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้ครับ
ปรับเปลี่ยนวิธีขับถ่ายและเลิกพฤติกรรมนั่งนาน
เลิกเบ่งอุจจาระแรงๆ และห้ามใช้เวลานั่งเล่นมือถือบนโถส้วมนานเกินไป เพราะแรงโน้มถ่วงจะทำให้เลือดไปคั่งและยิ่งทำให้แผลหายช้าลง ถ้ารู้สึกปวดก็ค่อยเข้าห้องน้ำ ถ้าไม่ออกก็ควรลุกออกมาก่อน
เติมน้ำและไฟเบอร์ให้ร่างกายเพื่อให้อุจจาระนิ่มลง
หัวใจสำคัญที่สุดคือการทำให้อุจจาระนิ่มเหมือนกล้วยสุก เพื่อไม่ให้มันไปเสียดสีกับแผลเดิม ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว และเพิ่มผักผลไม้ที่มีกากใยสูงในทุกมื้ออาหาร หรืออาจพิจารณากลุ่มอาหารเสริมไฟเบอร์ช่วยเสริมได้
แช่น้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ
การนั่งแช่น้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะประมาณ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ช่วยลดการหรี่เกร็งของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงบริเวณแผลได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดและเร่งกระบวนการสมานแผลให้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อไหร่ที่ยาปรับพฤติกรรมไม่พอ และต้องมาพบแพทย์เฉพาะทาง?
ถ้าคนไข้ดูแลตัวเองเบื้องต้นตามวิธีข้างต้นแล้ว อาการเจ็บปวดหรือเลือดบาดยังไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ หรือแผลเริ่มกลายเป็นแผลเรื้อรังจนไม่ยอมปิดปาก หมอแนะนำว่าควรมาตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะบางครั้งอาจต้องอาศัยยาทาเฉพาะที่เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อหูรูด หรือในกรณีที่เป็นเรื้อรังมากๆ จนกล้ามเนื้อหูรูดตีบตัว แพทย์อาจต้องพิจารณาแนวทางการรักษาอื่นๆ เพิ่มเติม