สงสัยไหมว่าเราแพ้อะไรกันแน่ ทำไมตื่นมาต้องจามทุกเช้า
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการคันตา น้ำมูกไหล หรือผื่นขึ้นเรื้อรัง คำถามแรกๆ ที่มักจะถามบ่อยคือ หมอคะ/ครับ ตกลงแล้วฉันแพ้อะไรกันแน่ เพราะบางทีอาการมันกำเริบขึ้นมาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว การใช้ชีวิตประจำวันก็พลอยสะดุดไปด้วย
ในอดีตเวลาเราพูดถึงการตรวจหาว่าแพ้อะไร หลายคนมักจะนึกถึงการสะดุดเข็มที่ท้องแขนหรือที่เรียกว่า Skin Prick Test ซึ่งบางคนกลัวเจ็บ หรือกลัวว่าถ้าแพ้รุนแรงจะมีอาการกำเริบตอนทดสอบ แต่ในปัจจุบันเรามีอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัยกว่า นั่นคือการตรวจระดับ Specific IgE ในเลือด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในคลินิกของเรา
การตรวจระดับ Specific IgE ในเลือด คืออะไร และทำงานอย่างไร
พูดง่ายๆ เลยคือ การเจาะเลือดไปตรวจหาภูมิต้านทานชนิดหนึ่งในร่างกายที่มีชื่อว่า Immunoglobulin E หรือเรียกสั้นๆ ว่า IgE โดยเจ้าตัวนี้เวลาที่ร่างกายไปสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นที่เราแพ้ เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรืออาหารบางชนิด เจ้าภูมิคุ้มกันตัวนี้จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน ร่างกายของเราก็เหมือนเมืองที่มีทหารคอยตรวจตรา ถ้าวันไหนทหารตัวนี้จำหน้าผู้ร้ายได้แม่นยำ (ซึ่งก็คือสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ) มันก็จะสั่งการปล่อยอาวุธออกมาทันที ทำให้เราเกิดอาการแพ้ เช่น ผื่นแดง หายใจไม่ออก หรือน้ำมูกไหล การเจาะเลือดตรวจนี้ก็เหมือนกับการเช็กดูว่าในเลือดของเรามีทหารที่จำหน้าผู้ร้ายตัวไหนอยู่บ้างนั่นเอง
ตรวจวิธีนี้ดีอย่างไร ทำไมหมอถึงแนะนำ
การตรวจหาภูมิแพ้ด้วยการเจาะเลือดมีข้อดีหลายอย่างที่ตอบโจทย์คนไข้ยุคนี้มากครับ:
- ไม่ต้องกลัวเรื่องแพ้รุนแรงระหว่างตรวจ: เพราะเป็นการนำเลือดออกไปตรวจนอกร่างกาย 100 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องอาการแพ้เฉียบพลันขณะทำ
- ไม่ต้องงดยาแก้แพ้: ใครที่ทานยาแก้แพ้อยู่เป็นประจำเพื่อประทังอาการ ไม่จำเป็นต้องหยุดยาเลยครับ สามารถเจาะเลือดตรวจได้ทันที ต่างจากการสะดุดผิวหนังที่ต้องงดยาแก้แพ้ล่วงหน้าหลายวัน
- เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหนัง: เช่น คนที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกระจายทั่วตัวจนไม่มีผิวหนังปกติเหลือไว้ให้สะดุดทดสอบ การเจาะเลือดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
- เจ็บตัวทีเดียวจบ: เจาะเลือดแค่ครั้งเดียว แต่สามารถตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ได้ทีละหลายๆ ชนิดพร้อมกัน ทั้งกลุ่มอาหารและกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ
ใครบ้างที่ควรตัดสินใจมาเจาะเลือดตรวจ Specific IgE
ไม่ใช่ทุกคนที่เดินเข้ามาจะต้องตรวจเลือดเสมอไปครับ หมอจะแนะนำสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้:
- คนที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง เช่น เป็นหวัดน้ำมูกไหลทุกเช้า หรือคันตาเรื้อรังโดยหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้
- ผู้ที่มีอาการแพ้อาหารรุนแรง และต้องการรู้ให้แน่ชัดว่าแพ้อาหารชนิดไหนกันแน่ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงได้อย่างถูกต้อง
- เด็กเล็กที่ยังไม่สามารถอยู่นิ่งๆ ให้แพทย์ทำการสะดุดผิวหนังได้สะดวก
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวทางผิวหนัง เช่น ลมพิษเรื้อรัง หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจตรวจ
แม้ว่าการตรวจเลือดจะสะดวกสบาย แต่ก็มีจุดที่ต้องทำความเข้าใจร่วมกันครับ ผลตรวจที่บอกว่ามี Specific IgE สูงนั้น หมายความว่าร่างกายเคยรับสัมผัสและสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งนั้นแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าเมื่อทานหรือสัมผัสแล้วจะต้องแสดงอาการแพ้รุนแรงทุกครั้งไป
ดังนั้น ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงเป็นเพียงเครื่องมือช่วยเสริม โดยแพทย์จะต้องนำมาประเมินร่วมกับอาการจริงของคนไข้ในชีวิตประจำวันด้วยเสมอ เพื่อให้ได้คำตอบที่แม่นยำที่สุดและไม่ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องห้าม
การเตรียมตัวก่อนมาเจาะเลือดตรวจภูมิแพ้
ข่าวดีคือการตรวจนี้ง่ายมากครับ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรยุ่งยากเลย:
- ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร: สามารถมารับบริการเจาะเลือดได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืน
- แจ้งประวัติยาที่ใช้: ถึงแม้การกินยาแก้แพ้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลตรวจ แต่การแจ้งประวัติโรคประจำตัวและยาที่ทานอยู่เป็นประจำจะช่วยให้แพทย์แปลผลได้แม่นยำขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อความสบายตัวขณะเจาะเลือด ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปเลยครับ
ขั้นตอนหลังจากรู้ผลตรวจแล้วทำอย่างไรต่อ
เมื่อผลตรวจออกมาแล้ว หมอจะนำผลตรวจมานั่งคุยรายละเอียดกับคนไข้ทีละตัวเลยครับว่า เราเจอตัวการอะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ หลังจากนั้นเราจะมาวางแผนร่วมกันในการปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น การเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศ การจัดการกับไรฝุ่นบนที่นอน หรือการหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่ตรวจพบว่าแพ้
เป้าหมายสูงสุดของการตรวจไม่ใช่แค่การรู้ว่าแพ้อะไรแล้วต้องกลัวการใช้ชีวิต แต่เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข ลดการพึ่งยา และห่างไกลจากอาการภูมิแพ้ที่คอยกวนใจในทุกๆ วันครับ