ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจก่อนว่ายาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาแก้หวัด

หลายครั้งที่ผมตรวจคนไข้ในคลินิก มักจะได้ยินคำถามว่าขอตัวยาแรงๆ เพื่อให้หายป่วยไวๆ โดยเฉพาะเวลาที่มีอาการเจ็บคอหรือน้ำมูกไหล หลายคนมักเข้าใจผิดว่ายาปฏิชีวนะคือยาครอบจักรวาลที่รักษาได้ทุกโรค แต่ความจริงแล้วยาชนิดนี้มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงมาก คือการจัดการกับเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น หากเรามีอาการป่วยที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ การกินยาปฏิชีวนะเข้าไปจะไม่ช่วยอะไรเลย แถมยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายโดยไม่จำเป็น

ทำไมเราถึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง

การเดินไปซื้อยาที่ร้านขายยาหรือนำยาเก่าที่เหลือติดบ้านมากินเองเป็นเรื่องที่อันตรายกว่าที่คิด เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าอาการป่วยในขณะนั้นเกิดจากเชื้ออะไร หากเราวินิจฉัยโรคผิดและเลือกใช้ยาปฏิชีวนะไม่ตรงกับเชื้อ จะทำให้เกิดผลเสียตามมาดังนี้

  • เสียเวลาในการรักษาที่ถูกต้อง เพราะยาที่กินเข้าไปไม่สามารถฆ่าเชื้อที่เป็นสาเหตุจริงๆ ได้
  • เชื้อแบคทีเรียในร่างกายเกิดการเรียนรู้และปรับตัวจนกลายเป็น เชื้อดื้อยา ซึ่งจะทำให้การรักษาในอนาคตทำได้ยากขึ้นมาก
  • เกิดผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น เช่น อาการแพ้ยา หรือการทำลายสมดุลของเชื้อดีในลำไส้ จนทำให้ท้องเสียหรือติดเชื้อราได้ง่าย

หลักการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผลภายใต้คำแนะนำของแพทย์

เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด ผมมีหลักการง่ายๆ ที่อยากให้ทุกคนนำไปปรับใช้เมื่อต้องได้รับยาจากแพทย์

ต้องกินยาให้ครบตามขนาดและระยะเวลาที่กำหนดเสมอ

เรื่องนี้สำคัญที่สุดครับ ต่อให้กินยาไปได้เพียง 2-3 วันแล้วรู้สึกว่าอาการดีขึ้นมากจนเหมือนหายป่วยแล้ว ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะเชื้อแบคทีเรียที่ยังหลงเหลืออยู่ในระดับต่ำอาจจะยังไม่ตายหมด หากหยุดยาตอนนี้ เชื้อที่เหลือรอดจะพัฒนาตัวเองจนดื้อยาและกลับมาทำให้ป่วยหนักกว่าเดิมได้

หยุดพฤติกรรมสะสมยาไว้กินเอง

ยาปฏิชีวนะทุกชนิดที่แพทย์สั่งจ่ายมา คือยาที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาอาการป่วยในช่วงเวลานั้นโดยเฉพาะ การเก็บยาที่เหลือไว้กินเองในครั้งหน้า หรือแบ่งยาให้คนในครอบครัวกินเมื่อมีอาการคล้ายกัน เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออันตรายสูง เพราะอาการที่คล้ายกันอาจไม่ได้เกิดจากเชื้อชนิดเดียวกันเสมอไป

เมื่อไหร่ที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันทีหลังได้รับยา

แม้จะได้รับยาที่เหมาะสมแล้ว แต่ร่างกายคนเรามีการตอบสนองที่แตกต่างกัน หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการใหม่ทันที

  • มีผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจลำบาก หรือปากบวมตาบวม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการแพ้ยา
  • อาการป่วยไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลังจากกินยาไปแล้ว 2-3 วัน
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง หรือถ่ายเหลวผิดปกติหลังเริ่มใช้ยา

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผลภายใต้คำแนะนำของแพทย์ คือหัวใจสำคัญของการรักษาที่จะช่วยให้คุณหายป่วยอย่างปลอดภัย และช่วยลดวิกฤตเชื้อดื้อยาที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลกในปัจจุบัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down