เวลาลูกน้อยไม่สบาย โดยเฉพาะตอนที่เป็นไข้หวัดหรือมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ สิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่อกสั่นขวัญแขวนที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องการหายใจของลูก หลายครั้งที่เรานั่งเฝ้าลูกน้อยนอนหลับ แล้วรู้สึกว่าทำไมลูกหายใจเร็วกว่าปกติ หรือทำไมซี่โครงถึงบุ๋มเวลาหายใจเข้า จนอดกังวลไม่ได้ว่าตกลงอาการแบบนี้อันตรายแค่ไหนแล้ว
ในฐานะหมอเด็กและคนเป็นพ่อแม่เหมือนกัน ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ การสังเกตและรู้วิธีประเมินภาวะหายใจลำบากและอัตราการหายใจเร็วในเด็กเล็ก จึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้เราประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้ว่า ถึงเวลาที่ต้องพาเจ้าตัวเล็กไปโรงพยาบาลหรือยัง
ลูกหายใจเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ มานับจังหวะกันเถอะ
เด็กเล็ก โดยเฉพาะทารก จะมีอัตราการหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ แต่ถ้าอยากรู้ว่าเร็วเกินไปไหม เราต้องมาลองนับจังหวะกัน โดยมีข้อแนะนำดังนี้
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนับ: ควรนับตอนที่ลูกนอนหลับสบายและอารมณ์ดี ไม่ร้องไห้งอแงหรือเพิ่งกินนมเสร็จใหม่ๆ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ทำให้อัตราการหายใจเร็วขึ้นได้ชั่วคราว
- วิธีการนับ: ให้สังเกตการกระเพื่อมของหน้าอกหรือหน้าท้อง นับ 1 ครั้งเมื่อหายใจเข้าและหายใจออกรวมกัน นับเวลาติดต่อกันเต็ม 1 นาทีเต็ม (ไม่แนะนำให้นับแค่ 15 หรือ 30 วินาทีแล้วคูณสี่ เพราะจังหวะหายใจของเด็กอาจจะไม่สม่ำเสมอ)
เกณฑ์อัตราการหายใจเร็วตามช่วงอายุที่ต้องจำ
หลังจากนับครบ 1 นาทีแล้ว ลองเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานดูครับว่าลูกอยู่ในกลุ่มไหน
- เด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน: อัตราการหายใจปกติไม่ควรเกิน 60 ครั้งต่อนาที ถ้าเกิน 60 ครั้งถือว่าเร็วผิดปกติ
- เด็กอายุ 2 ถึง 12 เดือน: อัตราการหายใจปกติไม่ควรเกิน 50 ครั้งต่อนาที
- เด็กอายุ 1 ถึง 5 ปี: อัตราการหายใจปกติไม่ควรเกิน 40 ครั้งต่อนาที
เช็กลิสต์อาการหายใจลำบาก สังเกตตรงไหนว่าลูกกำลังเหนื่อย
บางครั้งลูกอาจจะหายใจไม่เร็วมาก แต่มีลักษณะของการใช้แรงหายใจเยอะกว่าปกติ ซึ่งนี่คือสัญญาณเตือนของภาวะหายใจลำบากที่น่ากลัวกว่าตัวเลขความเร็วเสียอีก ลองเปิดเสื้อลูกออกแล้วสังเกตจุดเหล่านี้ดูครับ
หน้าอกบุ๋มและซี่โครงยุบเวลาหายใจเข้า
เวลาที่เด็กหายใจลำบาก กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ จะถูกดึงมาช่วยในการหายใจ ทำให้เราสังเกตเห็นว่าบริเวณใต้ชายโครง บุ๋มลงไปอย่างชัดเจน หรือแม้แต่ตรงร่องไหปลาร้าและคอหอยก็บุ๋มตามจังหวะการหายใจเข้าด้วย แสดงว่าทางเดินหายใจส่วนปลายเริ่มแคบลงหรือปอดทำงานหนักแล้ว
ปีกจมูกบานพองโตทุกครั้งที่สูดอากาศ
อีกหนึ่งจุดสังเกตคือจมูกของลูกจะขยับบานออกและหุบเข้าตามจังหวะหายใจเข้าและออก เหมือนพยายามเบิกทางให้ลมหายใจเข้าไปได้มากที่สุด อาการนี้มักพบได้ชัดเจนในทารกและเด็กเล็กที่เป็นโรคหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดบวม
เสียงหายใจผิดปกติที่ได้ยินชัดเจน
ลองเงี่ยหูฟังเสียงหายใจของลูกใกล้ๆ ถ้าได้ยินเสียงครืดคราด เสียงหวีด หรือเสียงเหมือนคนหายใจแรงยาวๆ ตอนเอาอากาศเข้าและออก โดยเฉพาะตอนหายใจออกที่มีเสียงดังยาว นั่นแปลว่าลมในปอดระบายออกได้ยากแล้ว
สัญญาณอันตรายขั้นสุด รีบพาไปห้องฉุกเฉินทันทีไม่ต้องรอ
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ตรวจพบอาการข้างต้นร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ขอให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะลูกกำลังขาดออกซิเจนและอยู่ในภาวะวิกฤต
- ริมฝีปาก ปลายมือ และปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือเขียว: นี่คือสัญญาณเตือนภัยสีแดงเข้มว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอแล้ว
- ซึมลงปลุกยาก: ลูกไม่ค่อยตอบสนองต่อเสียงเรียก ไม่สบตา หรือหมดแรงแม้แต่จะดูดนม
- หายใจแล้วตัวโยโย่หรือศีรษะผงก: ทุกครั้งที่หายใจเข้า หัวจะพยักขึ้นลงตามจังหวะ แสดงว่ากล้ามเนื้อคอและอกเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว
- หยุดหายใจเป็นช่วงๆ: มีจังหวะหายใจหายไปนานหลายวินาทีก่อนจะกลับมาหายใจใหม่
การหมั่นสังเกตและประเมินภาวะหายใจลำบากและอัตราการหายใจเร็วในเด็กเล็ก เป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตเด็กๆ มานักต่อนักแล้วครับ เพราะเด็กเล็กยังบอกเราไม่ได้ว่าเขารู้สึกเหนื่อยแค่ไหน หน้าที่ของคนใกล้ชิดอย่างเราจึงเป็นการสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ให้ไว เพื่อพาไปรับการรักษาจากแพทย์ได้อย่างทันท่วงทีครับ