ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พ่อแม่ควรรับมืออย่างไรเมื่อได้รับข้อมูลสุขภาพที่ดูน่ากลัว

เวลาที่พ่อแม่เปิดอ่านข่าวสารสุขภาพในโซเชียลมีเดีย หรือฟังคำเตือนเรื่องโรคระบาดใหม่ๆ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่ความเข้าใจ แต่คือความกังวลใจที่พุ่งสูงขึ้น หมอเข้าใจดีครับว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่เมื่อได้ยินเรื่องความเสี่ยงของลูก ย่อมอยากปกป้องอย่างเต็มที่ แต่บางครั้งข้อมูลที่ถาโถมเข้ามามากเกินไปอาจทำให้เราเผลอตัดสินใจพลาดหรือตื่นตระหนกจนเกินเหตุ

ทำไมความตระหนักรู้ถึงสำคัญกว่าความกลัว

ความแตกต่างระหว่างความตระหนักกับความตื่นตระหนกนั้นบางเฉียบครับ ความตระหนักรู้คือการที่เรารู้เท่าทันความเสี่ยง เข้าใจโอกาสที่จะเกิด และรู้ว่าต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไรเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ในขณะที่ความตื่นตระหนกคือสภาวะที่อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ทำให้เรามองข้ามข้อเท็จจริงทางการแพทย์ และอาจไปจำกัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือการใช้ชีวิตปกติของเด็กโดยไม่จำเป็น

ศิลปะการเลือกรับข้อมูลเพื่อลดความวิตกกังวล

ขั้นตอนแรกของการลดความตื่นตระหนกคือการเลือกแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ครับ

  • ตรวจสอบที่มาของข้อมูลเสมอว่าเป็นหน่วยงานสาธารณสุขหรือบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่
  • สังเกตระดับความรุนแรงของภาษาที่ใช้ หากบทความเต็มไปด้วยคำที่กระตุ้นความกลัวเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจไม่ใช่ข้อมูลเชิงวิชาการที่รอบด้าน
  • ตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า ข้อมูลนี้คือความจริงเชิงสถิติ หรือเป็นเพียงกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นได้ยากแต่ถูกหยิบยกมานำเสนอเพื่อดึงดูดความสนใจ

เมื่อลูกมีความเสี่ยง พ่อแม่ควรโฟกัสที่จุดไหน

แทนที่จะหมกมุ่นกับโอกาสที่เรื่องร้ายจะเกิดขึ้น หมอแนะนำให้ปรับมุมมองมาที่การวางแผนเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังแทน

วิธีสังเกตอาการผิดปกติอย่างเป็นระบบ

การเฝ้าสังเกตอาการควรทำอย่างมีแบบแผน ไม่ใช่การนั่งเฝ้ามองลูกด้วยความระแวงตลอดเวลา ให้จดบันทึกอาการที่สำคัญ หากเป็นโรคทางเดินหายใจ ให้ดูเรื่องการหอบเหนื่อย สีผิว หรือระดับความสดใสของลูก หากเป็นอาการไข้ ให้ดูว่าไข้ตอบสนองต่อยาลดไข้หรือไม่ วิธีนี้จะช่วยให้ข้อมูลแก่แพทย์ได้แม่นยำและลดความวิตกจริตของเราได้มาก

จุดไหนที่บอกว่าถึงเวลาต้องปรึกษาคุณหมอ

ความตระหนักที่ดีคือการรู้ขีดจำกัดของตัวเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่อาการของลูกไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น หรือมีสัญญาณอันตราย เช่น ซึมลงมาก กินไม่ได้เลย หรือหอบเหนื่อยชัดเจน นี่คือเวลาที่ควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย ไม่ใช่การหาคำตอบเองในกลุ่มสังคมออนไลน์หรือการนั่งรอให้ทุกอย่างหายไปเอง

สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกด้วยสติของพ่อแม่

ลูกๆ รับรู้ความรู้สึกของพ่อแม่ได้ดีกว่าที่คิดครับ หากเราตื่นตระหนก ลูกจะสัมผัสได้ถึงความไม่ปลอดภัยและมีความเครียดตามไปด้วย การที่เรามีสติ มีความตระหนักรู้ที่มั่นคง และแสดงออกถึงการจัดการปัญหาด้วยความใจเย็น จะเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดในการสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ครอบครัว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down