ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคำว่าความเสี่ยงถึงทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจ

เวลาที่หมอต้องแจ้งข่าวเรื่องความเสี่ยงของโรค หรือผลข้างเคียงจากการรักษาให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง หมอมักจะเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลใจเสมอ ความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงทางการแพทย์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะถ้าพูดน้อยไปก็อาจทำให้มองข้ามอันตราย แต่ถ้าพูดเยอะเกินไปก็อาจทำให้ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก หมออยากให้ลองมองว่าความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องของการขู่ให้กลัว แต่คือการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เราดูแลลูกได้อย่างแม่นยำที่สุด

ตั้งสติก่อนรับข้อมูลความเสี่ยง

เมื่อต้องรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับอาการป่วยของลูก หรือโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน สิ่งแรกที่หมอแนะนำคือการตั้งหลักก่อนฟังคำอธิบาย การรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นไปได้จริงและอะไรคือสิ่งที่เป็นความกลัวที่ยังไม่เกิดขึ้น จะช่วยให้เรากรองข้อมูลได้ดีขึ้น หมอเปรียบเทียบว่าข้อมูลความเสี่ยงคือแผนที่นำทาง เมื่อเรารู้ว่าข้างหน้าอาจจะมีหลุมบ่อ เราก็จะขับรถระวังมากขึ้น ไม่ใช่การจอดรถทิ้งไว้กลางทางเพราะกลัวถนนขรุขระ

คุยกับหมออย่างไรให้ได้ใจความสำคัญ

การสื่อสารความเสี่ยงเพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีความตระหนักแต่ไม่ตื่นตระหนก จำเป็นต้องมีการโต้ตอบกันอย่างตรงไปตรงมา แทนที่จะกังวลกับสถิติที่ดูน่ากลัว หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่โฟกัสที่คำถามเหล่านี้แทน:

  • อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
  • มีวิธีดูแลลูกที่บ้านเบื้องต้นอย่างไรก่อนที่จะต้องพามาโรงพยาบาล
  • โอกาสเกิดผลข้างเคียงสูงแค่ไหนเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับจากการรักษา

ความแตกต่างระหว่างความตระหนักกับความตื่นตระหนก

ความตระหนักคือการที่เรามีความรู้และเตรียมพร้อมรับมือ เช่น การรู้ว่าลูกมีไข้ต้องเช็ดตัวและป้อนยาลดไข้อย่างไร นี่คือการควบคุมสถานการณ์ด้วยความเข้าใจ แต่ความตื่นตระหนกคือการปล่อยให้ความกลัวนำทางจนตัดสินใจผิดพลาด เช่น การวิ่งไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่ลูกจามเพียงครั้งเดียว ทั้งที่อาการเหล่านั้นสามารถดูแลได้ด้วยตัวเองที่บ้าน การสื่อสารที่ดีต้องทำให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าตนเองมีความสามารถในการดูแลลูกได้ในเบื้องต้น

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องรีบติดต่อหมอทันที

หมอมักจะเน้นย้ำเสมอว่า ไม่ต้องจำอาการทุกอย่างให้ได้ทั้งหมด แต่ให้สังเกตอาการที่เป็นสัญญาณอันตราย (Red Flags) เช่น ลูกซึมลงอย่างเห็นได้ชัด หายใจหอบเหนื่อย ปากเขียวคล้ำ หรือไข้สูงไม่ลดแม้ได้รับยา หากเกิดอาการเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องตระหนักและรีบพามาพบแพทย์โดยไม่ต้องลังเล ส่วนอาการอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินสถานการณ์ด้วยความใจเย็น เพื่อไม่ให้ลูกต้องเผชิญกับความเครียดจากการเดินทางหรือการอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

ข้อดีและประโยชน์ของคุณพ่อคุณแม่ในการเป็นผู้ช่วยที่สำคัญของหมอ

หมอถือว่าคุณพ่อคุณแม่คือส่วนสำคัญที่สุดในการรักษา เพราะเป็นผู้ที่อยู่กับลูกตลอด 24 ชั่วโมง การสื่อสารความเสี่ยงที่ดีคือการสร้างความมั่นใจให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่ที่ปกป้องลูกได้ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง ไม่ใช่เหยื่อของความกลัวที่ไร้ทิศทาง หากมีจุดไหนที่สงสัย อย่าเกรงใจที่จะถามหมอซ้ำจนกว่าจะเข้าใจ เพราะความเข้าใจของพ่อแม่ คือยาที่ดีที่สุดสำหรับลูกครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down