ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้ใครตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนคอเคล็ด หันไปทางไหนก็ติดขัด หรือนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ไปนานๆ แล้วเริ่มมีอาการปวดร้าวลามขึ้นไปที่ขมับและบ่าบ้างไหมครับ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากล้ามเนื้อคอและบ่ากำลังตึงตัวสะสมจนเกิดเป็นปมกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมขยับหรือดูแลให้ถูกวิธี อาการปวดล้าเล็กๆ น้อยๆ นี้อาจลุกลามจนกลายเป็นเรื้อรังที่รักษาหายยากได้

ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ทุกวัน ผมมักจะแนะนำให้คนไข้เริ่มต้นดูแลตัวเองง่ายๆ ที่บ้านด้วย การบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ ซึ่งเป็นวิธีทางกายภาพบำบัดที่ปลอดภัย ช่วยคลายปมกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง เพิ่มความยืดหยุ่น และลดการกดทับของเส้นประสาทได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องพึ่งพายาแก้ปวดเสมอไป

ทำไมการก้มหน้าเล่นมือถือถึงทำให้คอและบ่าพังได้ง่ายๆ

ก่อนที่เราจะไปดูท่าบริหารกัน มาทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงกันก่อนครับ เวลาที่เราก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือหรือจอคอมพิวเตอร์ น้ำหนักของศีรษะที่ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 5 กิโลกรัม จะเพิ่มภาระให้กับกล้ามเนื้อคอและบ่าทันทีเสมือนมีน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัมกดทับอยู่

เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณนี้ต้องทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อพยุงศีรษะไม่ให้ตกลงมา เลือดจะมาเลี้ยงบริเวณนั้นได้น้อยลง เกิดเป็นภาวะกล้ามเนื้อขาดเลือดชั่วคราวและหดเกร็งตัวกลายเป็นก้อนแข็งที่เราชอบเรียกกันว่าอาการตกหมอน หรือออฟฟิศซินโดรม การทำกายบริหารด้วยการบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอจึงเปรียบเสมือนการรีเซ็ตกล้ามเนื้อให้กลับมาอยู่ในความยาวปกติและผ่อนคลายลง

4 ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อคอและบ่า ทำตามได้ง่ายๆ ที่โต๊ะทำงาน

การยืดกล้ามเนื้อที่ถูกต้องจะต้องไม่ทำจนรู้สึกเจ็บแปลบ แต่ให้รู้สึกถึงอาการตึงเบาๆ คล้ายเส้นกำลังคลายตัว และที่สำคัญคือต้องหายใจเข้าออกลึกๆ ยาวๆ ระหว่างทำทุกท่าครับ

ท่าที่หนึ่ง: เอียงคอเบาๆ เพื่อยืดกล้ามเนื้อด้านข้าง

เริ่มต้นด้วยการนั่งหลังตรง มองตรงไปข้างหน้า ใช้มือข้างหนึ่งอ้อมไปแตะที่ใบหูฝั่งตรงข้ามอย่างนุ่มนวล จากนั้นค่อยๆ เอียงศีรษะลงด้านข้างจนรู้สึกตึงที่บริเวณคอและบ่าฝั่งตรงข้าม ค้างไว้ประมาณ 15 ถึง 30 วินาที แล้วค่อยๆ กลับมาตั้งตรง ทำซ้ำแบบนี้ประมาณ 3 ถึง 5 ครั้ง สลับซ้ายขวา จะช่วยคลายความตึงเครียดที่สะสมระหว่างวันได้ทันที

ท่าที่สอง: ก้มหน้ามองพื้นเพื่อยืดกล้ามเนื้อคอส่วนหลัง

ท่านี้เหมาะมากสำหรับคนที่มีอาการปวดตึงต้นคอไล่ขึ้นไปถึงท้ายทอย เริ่มต้นด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ท้ายทอย จากนั้นค่อยๆ ก้มศีรษะลงมองที่สะดือโดยพยายามไม่ให้ไหล่ห่อหรือโก่งหลังจนเกินไป ใช้มือน้ำหนักเบาๆ กดศีรษะลงพอกล้ามเนื้อตึงตัว ค้างไว้ 15 ถึง 30 วินาที แล้วคลายออก ทำซ้ำ 3 ถึง 5 ครั้งเช่นกัน

ท่าที่สาม: หันหน้าเฉียงเพื่อเก็บตกกล้ามเนื้อชั้นลึก

กล้ามเนื้อคอไม่ได้มีแค่ชั้นนอก แต่มีมัดลึกๆ ที่ชอบเกร็งตัวเวลาเราหันคอมพิวเตอร์ผิดองศา ให้เริ่มต้นด้วยการหันหน้าไปทางซ้ายประมาณ 45 องศา จากนั้นก้มหน้าลงมองรักแร้ฝั่งซ้าย ใช้มือซ้ายช่วยกดศีรษะเบาๆ จะรู้สึกตึงลึกบริเวณบ่าด้านหลังและต้นคอฝั่งขวา ทำค้างไว้แล้วสลับทำอีกข้างหนึ่ง

ท่าที่สี่: ดึงคอถอยหลังเพื่อแก้ปัญหาคอยื่น

ท่านี้เรียกว่าการเก็บคาง หรือ Chin Tuck เป็นท่าที่ช่วยปรับบุคลิกภาพและแก้ปัญหาคอยื่นจากการมองจอ นั่งหลังตรง มองตรงไปข้างหน้า แล้วใช้สองนิ้วแตะที่คาง จากนั้นถอยคอและศีรษะไปข้างหลังตรงๆ โดยที่สายตายังมองระดับเดิม เหมือนพยายามทำให้คอสองชั้นหายไป จะรู้สึกตึงที่ต้นคอส่วนบนและฐานกะโหลกศีรษะ ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ข้อควรระวังสำคัญก่อนเริ่มยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

ถึงแม้การยืดกล้ามเนื้อจะมีประโยชน์มาก แต่หากทำผิดวิธีก็อาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บเพิ่มขึ้นได้ มีหลักการง่ายๆ ที่หมออยากให้จำไว้คือ ห้ามโยกตัวหรือกระชากคอแรงๆ เด็ดขาด และหากทำท่าไหนแล้วมีอาการปวดแปลบวิ่งลงแขน ชาที่ปลายนิ้ว หรือเวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง ให้หยุดทำทันที

นอกจากนี้ ในช่วงที่มีการอักเสบเฉียบพลัน เช่น เพิ่งตกหมอนมาใหม่ๆ ร่างกายอาจจะบวมและร้อน บริเวณนั้นยังไม่ควรฝืนยืดเหยียดแรงๆ ให้ใช้วิธีประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบก่อนสัก 24 ถึง 48 ชั่วโมง แล้วค่อยเริ่มทำกายบริหารเมื่ออาการปวดลดลงแล้ว

ปรับพฤติกรรมระหว่างวันเพื่อไม่ให้กลับมาปวดซ้ำ

การบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอช่วยบรรเทาอาการได้ดีในระยะสั้น แต่ถ้าต้นตอของปัญหายังอยู่ อาการก็จะกลับมาอีกเรื่อยๆ ดังนั้น เราจึงควรปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานร่วมด้วย เช่น ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อไม่ต้องก้มหน้า ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และหมั่นยืดกล้ามเนื้อระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปในที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down