ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นเช้ามาลืมตาไม่ขึ้น รู้สึกแสบตา คันตา หรือมีขี้ตาเกรอะกรังติดขอบตา อาการเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายคนเคยเจอ และมักสร้างความกังวลใจไม่น้อย ยิ่งถ้าตาเริ่มแดงจนคนทัก ยิ่งทำให้รู้สึกไม่มั่นใจและกลัวว่าจะเกิดโรคร้ายแรงกับดวงตาหรือไม่ จริงๆ แล้ว อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือระคายเคือง ซึ่งเป็นปัญหาดวงตาที่พบได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน

เยื่อบุตา คือแผ่นฟิล์มบางๆ ใสๆ ที่ปกคลุมเนื้อตาขาวและบุอยู่ด้านในของเปลือกตา ทำหน้าที่ปกป้องดวงตาและสร้างความชุ่มชื้น เมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค หรือสารก่อภูมิแพ้มาสัมผัส หลอดเลือดบริเวณเยื่อบุตาจะขยายตัวทันที จนทำให้ตาเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีแดงอย่างที่เห็น

ทำไมอยู่ดีๆ ตาถึงแดงและแสบเคืองได้?

หมอมักถูกคนไข้ถามเสมอว่า ไปทำอะไรมาทำไมตาถึงอักเสบได้ ทั้งที่ไม่ได้ไปขยี้ตาเลย จริงๆ แล้ว ภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือระคายเคือง เกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยใกล้ตัว โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุยอดฮิตของโรคตาแดง ติดต่อง่ายมากผ่านการสัมผัส มักเริ่มจากตาข้างหนึ่งก่อนแล้วลามไปอีกข้าง
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: เกิดจากการสัมผัสสิ่งสกปรก คอนแทคเลนส์ไม่สะอาด หรือใช้น้ำที่ไม่สะอาดล้างหน้า
  • ปฏิกิริยาภูมิแพ้: ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละออง PM 2.5 ละอองเกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรือไรฝุ่น
  • สิ่งระคายเคืองภายนอก: เช่น ควันบุหรี่ สารเคมี คลอรีนในสระว่ายน้ำ หรือการจ้องหน้าจอนานๆ จนตาแห้งสนิท

ภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือระคายเคือง มีกี่แบบ สังเกตจากอาการได้อย่างไร?

การสังเกตลักษณะอาการของตัวเองเบื้องต้น จะช่วยให้เราเดาสาเหตุและรับมือได้ถูกทาง มาดูกันว่าอาการของคุณเข้าข่ายแบบไหน

1. ตาอักเสบจากไวรัส: ติดต่อง่าย น้ำตาไหลเยอะ

จะมีอาการตาแดง ปวดระคายเคือง เหมือนมีเศษทรายอยู่ในตา มีน้ำตาไหลตลอดเวลา ขี้ตามักจะใสๆ ไม่ข้น และอาจมีอาการเจ็บคอหรือเป็นหวัดร่วมด้วย

2. ตาอักเสบจากแบคทีเรีย: ขี้ตาข้น เขียวหรือเหลือง

จุดสังเกตสำคัญคือขี้ตา จะมีขี้ตาข้นเหนียว สีเหลืองหรือสีเขียว ตื่นนอนตอนเช้าขี้ตาจะเกรอะกรังจนลืมตาไม่ขึ้น มักมีอาการระคายเคืองและแสบตาร่วมด้วย

3. ตาอักเสบจากภูมิแพ้: คันตาเป็นหลัก คันจนอยากขยี้

อาการเด่นที่สุดคือ คันตา มาก มักเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง เปลือกตาอาจบวมฉึบ มีน้ำตาไหล และมักมีอาการจาม คันจมูก หรือเป็นภูมิแพ้ทางเดินหายใจร่วมด้วย

4. ตาอักเสบจากสิ่งระคายเคือง: แสบตา น้ำตาไหล หลังโดนสารเคมีหรือฝุ่น

เกิดหลังสัมผัสฝุ่น ควัน หรือสารเคมีทันที ตาจะแดง แสบตา และน้ำตาไหลพรูเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกมา ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อล้างตาและพักสายตา

ปวดแสบเคืองตาเบื้องต้น ทำอย่างไรให้อาการดีขึ้น?

หากเพิ่งเริ่มมีอาการและยังไม่ได้ไปพบแพทย์ มีแนวทางปฏิบัติตนเบื้องต้นที่ช่วยบรรเทาความทรมานและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ดังนี้

  • งดใส่คอนแทคเลนส์ทันที: ควรถอดคอนแทคเลนส์ออกทันทีที่เริ่มเคืองตา และเปลี่ยนไปใส่แว่นตาแทนจนกว่าจะหายขาด
  • ประคบเย็นลดอาการคันและบวม: ใช้ผ้าสะอาดห่อเจลเย็นหรือน้ำแข็งประคบบริเวณเปลือกตาเบาๆ ครั้งละ 10-15 นาที ช่วยลดอาการคันและบวมได้ดีมาก
  • ใช้น้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสีย: หยดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยเจือจางสารระคายเคืองหรือสารก่อภูมิแพ้ในตา
  • เช็ดทำความสะอาดขี้ตาอย่างถูกวิธี: ใช้สำลีแผ่นสะอาดชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) เช็ดจากหัวตาไปหางตาเบาๆ และใช้สำลีแผ่นใหม่เสมอเมื่อเช็ดตาอีกข้าง
  • ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด: การขยี้ตาจะทำให้กระจกตาเป็นรอย และกระจายเชื้อโรคไปยังตาอีกข้างได้ง่ายขึ้น

เตือนไว้ก่อน: อย่าซื้อยาหยอดตาสเตียรอยด์มาใช้เองเด็ดขาด

สิ่งหนึ่งที่หมอห่วงมากที่สุดคือ คนไข้หลายคนพอตาแดงก็เดินไปซื้อยาหยอดตาตามร้านค้ามาหยอดเอง ซึ่งบางครั้งได้ยาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ยานี้แม้จะทำให้ตาหายแดงเร็ว แต่หากดวงตากำลังติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย สเตียรอยด์จะไปกดภูมิคุ้มกัน จนทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เกิดแผลติดเชื้อที่กระจกตา และอาจร้ายแรงถึงขั้นส่งผลต่อการมองเห็นได้ นอกจากนี้ การใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่องยังเสี่ยงต่อภาวะความดันตาสูงและต้อหินอีกด้วย

อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบหมอตาโดยด่วน?

แม้ภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือระคายเคืองส่วนใหญ่จะหายได้เองหรือบรรเทาลงได้ด้วยการดูแลเบื้องต้น แต่หากมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

  • การมองเห็นแย่ลง ภาพมัวลง หรือเห็นแสงวาบ
  • มีอาการปวดลึกๆ ในกระบอกตาอย่างรุนแรง
  • ตาแพ้แสงอย่างหนัก ไม่สามารถสู้แสงสว่างได้เลย
  • ตาแดงจัดร่วมกับกระจกตา (ดำ) มีลักษณะขุ่นมัว
  • อาการไม่ดีขึ้นเลยหลังดูแลเบื้องต้นผ่านไป 48-72 ชั่วโมง

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก เมื่อเกิดภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือระคายเคือง การตั้งสติ หมั่นรักษาความสะอาด พักสายตา และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด คือหัวใจสำคัญที่สุด หากไม่แน่ใจในสาเหตุ การให้แพทย์ตรวจเช็กอย่างละเอียดจะช่วยให้ได้รับยารักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down