ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมโรคเกาต์ถึงชอบมาเล่นงานที่ข้อมือ

หลายคนมักคุ้นชินว่าโรคเกาต์ต้องปวดที่นิ้วหัวแม่เท้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อต่อบริเวณข้อมือเป็นอีกจุดหนึ่งที่พบการอักเสบได้บ่อย โดยเฉพาะในกรณีที่มีอาการปวดข้อมือเรื้อรังจากโรคเกาต์ ซึ่งมักเกิดจากการที่ร่างกายสะสมผลึกกรดยูริกไว้ในข้อต่อเป็นเวลานานจนเกิดการอักเสบซ้ำๆ เมื่อร่างกายพยายามกำจัดผลึกเหล่านี้ออก จึงเกิดกระบวนการอักเสบที่รุนแรงจนส่งผลให้ข้อมือปวด บวม แดง และขยับได้ลำบาก

สังเกตอาการอย่างไรว่านี่คือเกาต์ ไม่ใช่แค่ข้อมืออักเสบธรรมดา

ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างอาการปวดข้อมือจากโรคเกาต์กับอาการปวดจากการใช้งานทั่วไป คือความเร็วและความรุนแรงของอาการ โดยปกติผู้ที่เป็นโรคเกาต์มักจะมีอาการดังนี้

  • มีอาการปวดเฉียบพลัน รุนแรง มักเกิดขึ้นในตอนกลางคืนหรือช่วงเช้ามืด
  • ผิวหนังบริเวณข้อมือที่ปวดจะแดงจัด บวมตึง และมีความร้อนสัมผัสได้ชัดเจน
  • แม้แต่การสัมผัสเพียงเบาๆ หรือผ้าห่มมาโดนก็ทำให้เจ็บจนทนไม่ได้
  • หากปล่อยไว้เรื้อรัง อาจคลำพบก้อนใต้ผิวหนังที่เรียกว่าก้อนโทฟัส (Tophus) ซึ่งเกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกจนเป็นก้อนแข็ง

เมื่อความปวดเรื้อรังจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต

เมื่ออาการเริ่มเข้าสู่ภาวะเรื้อรัง ความเจ็บปวดอาจไม่ได้รุนแรงเหมือนช่วงแรก แต่จะมาแบบเป็นๆ หายๆ ทำให้ข้อมือติดขัด ข้อฝืด หรือเคลื่อนไหวได้ไม่สุด การปล่อยให้เกิดการอักเสบเรื้อรังนานวันเข้า ผลึกยูริกเหล่านี้จะเริ่มทำลายกระดูกอ่อนและผิวข้อ จนนำไปสู่ภาวะข้อเสื่อมผิดรูปในที่สุด ซึ่งสร้างความยากลำบากในการหยิบจับสิ่งของหรือการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

ขั้นตอนการรักษาและวิธีดูแลตัวเองให้กลับมาใช้งานข้อมือได้อีกครั้ง

การจัดการกับปัญหานี้ต้องทำควบคู่กันไปทั้งการควบคุมระดับกรดยูริกและการปรับพฤติกรรม

  • การใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ เพื่อลดการอักเสบในระยะเฉียบพลันและยาควบคุมระดับยูริกในระยะยาว
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ยอดผักบางชนิด และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง
  • การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน เพื่อช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกมาได้ดีขึ้น
  • การทำกายภาพบำบัดเพื่อบริหารข้อข้อมือเมื่ออาการอักเสบสงบลง เพื่อป้องกันภาวะข้อติด

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเพื่อตรวจให้แน่ชัด

หากอาการปวดข้อมือของคุณไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาแก้ปวดทั่วไป หรือมีอาการบวมแดงซ้ำๆ ที่จุดเดิม รวมถึงเริ่มเห็นก้อนนูนผิดปกติบริเวณข้อ แนะนำว่าอย่าซื้อยากินเองจนเกินจำเป็น ควรเข้ามาพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาระดับกรดยูริกหรืออาจต้องตรวจวิเคราะห์น้ำในข้อ เพื่อยืนยันว่าอาการปวดข้อมือเรื้อรังจากโรคเกาต์ของคุณอยู่ในระดับใด และวางแผนการรักษาเพื่อป้องกันความเสียหายต่อข้อในระยะยาว

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down