ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมโรคเกาต์ถึงไม่ได้ปวดแค่ที่นิ้วโป้งเท้าอย่างที่คิด

เวลาพูดถึงโรคเกาต์ หลายคนมักนึกถึงอาการปวดบวมแดงที่นิ้วโป้งเท้าจนเดินไม่ได้ แต่ในชีวิตการตรวจคนไข้ที่คลินิก หมอมักเจอผู้ป่วยที่เดินเข้ามาพร้อมอาการปวดข้อมือแบบเรื้อรัง บวมๆ ยุบๆ รักษาด้วยการทายาแก้ปวดกล้ามเนื้อเท่าไหร่ก็ไม่หาย ซึ่งจริงๆ แล้ว อาการปวดข้อมือเรื้อรังจากโรคเกาต์ เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่พบได้บ่อยรองลงมาจากนิ้วเท้า โดยเกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกที่ไปเกาะอยู่ตามข้อข้อมือจนเกิดการอักเสบขึ้น

สังเกตอย่างไรว่าอาการปวดข้อมือมาจากโรคเกาต์ ไม่ใช่ออฟฟิศซินโดรม

ความยากของการวินิจฉัยคือ อาการปวดข้อมือมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการจากการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือการเล่นมือถือเป็นเวลานาน แต่ถ้าคุณมีลักษณะดังต่อไปนี้ หมออยากให้ลองตั้งข้อสังเกตเรื่องโรคเกาต์เอาไว้บ้าง

  • อาการปวดมักเกิดขึ้นฉับพลัน ในขณะที่ออฟฟิศซินโดรมมักค่อยๆ ปวด
  • ข้อข้อมือมีอาการบวม แดง และร้อนอย่างเห็นได้ชัด
  • ผิวหนังบริเวณข้อมืออาจตึงหรือลอกหลังจากอาการบวมเริ่มยุบ
  • มักมีอาการปวดรุนแรงจนกระทั่งแค่ผ้าห่มมาแตะโดนก็รู้สึกเจ็บ

ผลึกยูริกตัวร้ายทำไมถึงชอบมาสะสมที่ข้อมือ

ร่างกายคนเรามีกลไกจัดการกรดยูริก แต่เมื่อไหร่ที่ระดับยูริกในเลือดสูงเกินไป หรือไตขับออกได้ไม่ดี เจ้าผลึกรูปเข็มเล็กๆ เหล่านี้จะไหลเวียนไปตามกระแสเลือดและไปสะสมตามข้อต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกายอย่างข้อมือ เมื่อสะสมนานเข้าก็จะเกิดภาวะอักเสบซ้ำๆ จนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง และถ้าปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา อาจเห็นเป็นก้อนปุ่มนูนขึ้นมาใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ก้อนโทฟัส ซึ่งจะทำลายกระดูกและข้อจนผิดรูปได้

วิธีดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการปวดข้อมือ

การจัดการกับโรคเกาต์ไม่ใช่แค่การกินยาแก้ปวดเมื่อมีอาการ แต่เป็นการปรับสมดุลร่างกายในระยะยาว

  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น: เพื่อช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง: เช่น เครื่องในสัตว์ ยอดผักบางชนิด และแอลกอฮอล์ที่มักเป็นตัวกระตุ้นให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน
  • ควบคุมน้ำหนัก: น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มความดันในข้อต่อและส่งผลต่อระดับยูริกในเลือด
  • งดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มสเตียรอยด์ด้วยตัวเอง: เพราะการใช้ต่อเนื่องจะส่งผลเสียต่อไตซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการขับกรดยูริก

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเพื่อการรักษาอย่างถูกวิธี

หากอาการปวดข้อมือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีการปวดซ้ำๆ ในจุดเดิมบ่อยครั้ง อย่ารอจนกว่าข้อจะเริ่มผิดรูป การเข้ามาตรวจเลือดดูระดับกรดยูริกหรือการตรวจภาพถ่ายรังสีจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ หมออาจพิจารณาให้ยาเพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผลึกที่สะสมอยู่ค่อยๆ ละลายไป และช่วยให้คุณกลับมาใช้ข้อมือได้อย่างปกติโดยไม่ต้องทนเจ็บเรื้อรังอีกต่อไป

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down