เวลาหมอจ่ายยาสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกัน ทำไมคนไข้ถึงชอบกังวล
ทุกครั้งที่หมอต้องหยิบยากลุ่มสเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกันขึ้นมาเขียนลงในใบสั่งยา สังเกตได้เลยว่าคนไข้มักจะมีแววตากลัวๆ และมักจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ ว่า ยานี้กินแล้วตัวจะบวมไหม จะอันตรายหรือเปล่า หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ เพราะภาพจำของยาสเตียรอยด์ในบ้านเรามักมาพร้อมกับผลข้างเคียงที่น่ากลัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยาสเปเชียลเหล่านี้เปรียบเสมือนดาบสองคม หากใช้ให้ถูกโรคและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ มันคือยาวิเศษที่ช่วยชีวิตคนไข้จากโรคเรื้อรังและโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองได้ แต่ถ้าใช้ผิดวิธีหรือซื้อกินเอง อันตรายก็ตามมาทันที
สเตียรอยด์คืออะไร ทำไมถึงรักษาได้สารพัดโรคแต่ก็น่ากลัว
ในร่างกายของเรา ต่อมหมวกไตจะผลิตฮอร์โมนสเตียรอยด์ออกมาตามธรรมชาติเพื่อช่วยจัดการกับภาวะเครียดและการอักเสบ ยาสเตียรอยด์สังเคราะห์ที่เราใช้กันในทางการแพทย์ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเลียนแบบเจ้าฮอร์โมนตัวนี้นี่แหละครับ จุดเด่นคือมันเก่งมากเรื่องการดับไฟอักเสบในร่างกายอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืดรุนแรง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือแม้แต่โรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคพุ่มพวง แต่ปัญหาคือ เมื่อเรากินยาสเตียรอยด์จากภายนอกเข้าไปนานๆ ร่างกายจะขี้เกียจและหยุดสร้างฮอร์โมนนี้เอง แถมยังมีฤทธิ์ไปกดภูมิคุ้มกันโดยรวม ทำให้ติดเชื้อง่าย กระดูกพรุน น้ำตาลในเลือดพุ่ง และหน้ากลมเป็นพระจันทร์ที่เราคุ้นตากัน
ยากดภูมิคุ้มกัน ทำไมต้องใช้ร่วมกับสเตียรอยด์ในบางโรค
สำหรับโรคบางชนิดที่ระบบภูมิคุ้มกันเกิดสับสนและหันมาโจมตีเนื้อเยื่ออวัยวะของตัวเอง เช่น โรคไตอักเสบจากลูปัส หรือโรคข้ออักเสบเรื้อรัง การใช้แค่สเตียรอยด์อย่างเดียวอาจไม่พอ หรือต้องใช้ในปริมาณที่สูงมากๆ จนเกิดผลข้างเคียงมหาศาล หมอจึงจำเป็นต้องนำยากดภูมิคุ้มกันกลุ่มอื่นๆ เข้ามาช่วยเสริมทัพ ยาเหล่านี้จะทำหน้าที่เข้าไปควบคุมเซลล์เม็ดเลือดขาวตัวเกเรให้อยู่ในความสงบ ลดการอักเสบเรื้อรังที่อวัยวะภายใน ข้อดีคือช่วยลดปริมาณการใช้สเตียรอยด์ลงได้ แต่ข้อเสียที่ต้องระวังให้มากคือ เมื่อภูมิคุ้มกันถูกกดลง ความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรคภายนอกก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้คนไข้เสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไป
วิธีใช้ยาให้ปลอดภัย ลดเสี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่อยากเจอ
การจะใช้ยาสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกันให้ปลอดภัย หัวใจสำคัญที่สุดคือ ห้ามปรับลดหรือหยุดยาเองเด็ดขาด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นมากแล้วก็ตาม การหยุดยาสเตียรอยด์กะทันหันอาจทำให้โรคกำเริบหนักกว่าเดิม หรือเกิดภาวะต่อมหมวกไตวายเฉียบพลันที่เป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ ระหว่างที่รักษากับยาเหล่านี้ หมอแนะนำให้ปฏิบัติตัวดังนี้ครับ
- ล้างมือให้สะอาดและหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด: เพราะภูมิคุ้มกันเราทำงานน้อยลง ป้องกันไว้ดีกว่าติดเชื้อแล้วรักษาหายยาก
- สังเกตอาการผิดปกติ: เช่น มีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ หรือแผลหายช้า ควรรีบมาพบแพทย์ทันที
- ควบคุมอาหารการกิน: ลดเค็มเพื่อป้องกันอาการบวมน้ำ และระวังเรื่องแป้งกับน้ำตาลเพราะยามีฤทธิ์ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
- ตรวจสุขภาพและเจาะเลือดตามนัดสม่ำเสมอ: เพื่อประเมินการทำงานของตับ ไต และปริมาณเม็ดเลือด
ข้อคิดจากห้องตรวจเมื่อต้องรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ระยะยาว
หมออยากให้มองยาสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกันว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่ง เหมือนมีดหมอที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง การรักษาโรคกลุ่มนี้เป็นการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ความเข้าใจและการสื่อสารที่ดีระหว่างคนไข้และแพทย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากมีอาการแปลกๆ หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียงตัวไหน ให้รีบปรึกษาแพทย์ประจำตัวทุกครั้ง อย่าเพิ่งแอบไปซื้อยาอื่นกินเสริมหรือหยุดยาเอง เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถควบคุมโรคให้อยู่หมัด และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงจากยาอีกต่อไป