ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังอาการแสดงร่วมที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤต

หลายครั้งที่คนไข้มาพบหมอเมื่ออาการเจ็บป่วยลุกลามจนเกินควบคุม สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราละเลยอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ทันคาดคิด ร่างกายคนเรามีความฉลาดในการส่งสัญญาณเตือนภัยอยู่เสมอ เพียงแต่สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้แสดงออกมาตรงๆ ว่าต้องเข้าห้องฉุกเฉิน แต่เป็นการเฝ้าระวังอาการแสดงร่วมที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตที่แฝงตัวอยู่ ซึ่งหากเราเข้าใจและอ่านสัญญาณออก เราจะสามารถช่วยชีวิตคนใกล้ตัวหรือแม้แต่ตัวเราเองได้ทันเวลา

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติร้ายแรง

อาการวิกฤตไม่ได้เกิดขึ้นปุบปับโดยไม่มีที่มา ส่วนใหญ่มักมีอาการนำมาก่อนเสมอ การเฝ้าระวังอาการแสดงร่วมที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตไม่ได้มองแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นการดูภาพรวมของร่างกาย เช่น คนไข้ที่มีอาการหอบเหนื่อยร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หรือคนที่มีไข้สูงแล้วจู่ๆ ก็มีจุดเลือดออกตามตัว อาการเหล่านี้เมื่อเกิดรวมกันย่อมหมายถึงระบบภายในกำลังทำงานล้มเหลวหรือมีการติดเชื้อในกระแสเลือด

สังเกตอย่างไรว่าอาการไหนคือเรื่องธรรมดา หรือเรื่องวิกฤต

วิธีสังเกตง่ายๆ คือการดูความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติไปจากชีวิตประจำวัน หากความเหนื่อยนั้นทำให้พูดเป็นประโยคไม่ได้ หรือการปวดท้องที่ไม่ใช่แค่ปวดมวนแต่เป็นความรู้สึกปวดบิดจนตัวงอและมีเหงื่อกาฬไหลออกมามากผิดปกติ นี่คือสัญญาณที่ต้องรีบมองหาความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที อย่ารอดูอาการจนถึงเช้าเพราะภาวะวิกฤตมักทำงานเร็วกว่าที่เราคิด

จดจำ 3 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

  • การหายใจที่ผิดปกติ: เช่น หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อยจนตัวโยน หรือรู้สึกเหมือนจมน้ำแม้จะนั่งอยู่เฉยๆ
  • การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว: เช่น อยู่ดีๆ พูดจาสับสน จำชื่อตัวเองไม่ได้ หรือปลุกไม่ค่อยตื่น ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณของภาวะสมองขาดเลือดหรือได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • ความดันโลหิตหรือชีพจรที่แปรปรวน: ในกรณีที่พอมีเครื่องวัดที่บ้าน หากพบว่าความดันต่ำลงมากผิดปกติร่วมกับอาการหน้ามืด ใจสั่น รัวเร็ว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นภาวะวิกฤตของระบบไหลเวียนโลหิต

สิ่งสำคัญที่สุดคือการตัดสินใจในนาทีวิกฤต

การเฝ้าระวังอาการแสดงร่วมที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตไม่ใช่เรื่องของการคาดเดา แต่เป็นเรื่องของความไม่ประมาท การมีสติและประเมินอาการอย่างเป็นลำดับขั้นตอน จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะต้องปฐมพยาบาลอย่างไรหรือต้องส่งตัวถึงมือหมอเมื่อไหร่ จำไว้ว่าเมื่อสงสัยว่ามีความผิดปกติรุนแรง การไปถึงมือหมอเร็วขึ้นแม้เพียงนาทีเดียวก็มีค่ามากพอที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ของการรักษาได้มหาศาล

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down