ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงรู้สึกต่อต้านการไปโรงเรียนใหม่

หลายครั้งที่ผู้ปกครองพาลูกย้ายไปโรงเรียนใหม่หรือเลื่อนชั้นเรียนแล้วพบว่าลูกเปลี่ยนไป กลายเป็นเด็กเก็บตัว เงียบขรึม หรือมีอาการงอแงไม่อยากไปโรงเรียน ปัญหาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ มักเกิดจากความกังวลลึกๆ ของเด็กที่ต้องสูญเสียพื้นที่ปลอดภัยเดิม ต้องทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่และครูใหม่ท่ามกลางความไม่คุ้นเคย ซึ่งในเด็กบางคนอาจส่งผลต่อการนอนหลับ การกิน หรือแม้แต่การปัสสาวะรดที่นอนอีกครั้งหากลูกยังอยู่ในวัยเล็ก

สัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกกำลังถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน

การกลั่นแกล้งหรือ Bullying ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ ของเด็ก แต่เป็นบาดแผลทางใจที่ส่งผลยาวนาน หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรตั้งข้อสงสัยว่าลูกกำลังเจอเหตุการณ์บางอย่างที่โรงเรียนหรือไม่

  • ไม่อยากไปโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัดและมักมีอาการป่วยกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว ก่อนเวลาไปเรียน
  • ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์การเรียนพังหรือหายบ่อยๆ
  • กลับถึงบ้านด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย หรือร่องรอยบาดแผลที่อธิบายไม่ได้
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือดูซึมเศร้าผิดปกติ
  • การเรียนตกลงอย่างรวดเร็วโดยหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้

วิธีรับมือเมื่อลูกต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร

เมื่อรู้ว่าลูกกำลังเผชิญปัญหา สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การไปเอาคืน แต่เป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกรู้สึกว่าเขามีเราเป็นพวกเดียวกันเสมอ

วิธีสร้างความมั่นใจให้ลูกกลับไปเผชิญหน้ากับปัญหา

การพูดคุยแบบรับฟังโดยไม่ตัดสินเป็นหัวใจสำคัญ เริ่มจากการถามคำถามปลายเปิด เช่น วันนี้ที่โรงเรียนมีอะไรที่ลูกรู้สึกไม่สบายใจบ้างไหม แทนการถามคำถามชี้นำ นอกจากนี้ การฝึกให้ลูกรู้จักปฏิเสธอย่างหนักแน่นแต่ไม่ก้าวร้าว รวมถึงการสอนให้ลูกรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเดินหนีจากสถานการณ์นั้นทันที จะช่วยให้เขามีทักษะในการเอาตัวรอดได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรต้องปรึกษาคุณครูหรือผู้เชี่ยวชาญ

หากปัญหาการกลั่นแกล้งรุนแรงจนถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกาย หรือส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงจนลูกเริ่มมีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือแยกตัวออกจากสังคมอย่างเด็ดขาด นี่คือสัญญาณที่ควรเข้าไปปรึกษาคุณครูประจำชั้นเพื่อหาทางจัดการในระดับนโยบายโรงเรียน หรือพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเพื่อประเมินสภาวะทางอารมณ์และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้ลูกก่อนที่บาดแผลเหล่านั้นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down