ลูกชายหรือลูกสาวเริ่มตัวกลมขึ้นเรื่อยๆ จนคุณพ่อคุณแม่เริ่มกังวลใจหรือยัง?
ช่วงนี้เวลาตรวจคนไข้ที่คลินิก หมอสังเกตเห็นเด็กๆ เดินเข้ามาพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยรูปร่างที่ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นมาก บางคนอายุยังไม่ทันไร น้ำหนักตัวก็พุ่งนำเกณฑ์มาตรฐานไปไกลแล้ว พอลองคุยซักประวัติลึกลงไป ถึงได้รู้ว่าชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ของเด็กๆ ในยุคนี้หมดไปกับการนั่งหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ แทบไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นเสียเหงื่อเหมือนเด็กสมัยก่อนเลย
โรคอ้วนในเด็กจากการขาดการเคลื่อนไหว จึงไม่ใช่แค่เรื่องความอ้วนท้วนน่าเอ็นดูแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจอีกต่อไปแล้วครับ แต่มันคือปัญหาสุขภาพเงียบๆ ที่กำลังกัดกินพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจของเด็กๆ ทีละน้อย
ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงขยับร่างกายน้อยลงจนน้ำหนักพุ่งพรวด?
ลองนึกภาพชีวิตของเด็กๆ ในหนึ่งวันดูนะครับ ตื่นเช้ามานั่งรถไปโรงเรียน นั่งเรียนหนังสือในห้องยาวนานหลายชั่วโมง พอกลับถึงบ้าน แทนที่จะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าวิ่งเล่นหน้าบ้านเหมือนก่อน ก็โดนดึงดูดความสนใจด้วยเกมในสมาร์ทโฟนหรือวิดีโอสตรีมมิ่งยาวๆ ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม หรือชานมไข่มุก ถูกวางไว้ใกล้ตัวหยิบกินเพลินๆ
เมื่อพลังงานที่รับเข้าไปจากอาหารขยะและน้ำตาลมีมากกว่าพลังงานที่เผาผลาญออกไป ร่างกายจึงเก็บสะสมพลังงานส่วนเกินเหล่านั้นไว้ในรูปของไขมันใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้องประกอบกับการที่กล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่ ระบบเผาผลาญในร่างกายก็ทำงานช้าลง เด็กจึงน้ำหนักขึ้นเร็วมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่แปลว่าลูกเริ่มอ้วนเกินไปแล้ว?
คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่า แค่ไหนถึงเรียกว่าอ้วนจนน่าเป็นห่วง ลองสังเกตง่ายๆ จากจุดเหล่านี้ดูครับ
- เสื้อผ้าชุดเดิมที่เคยใส่เริ่มคับเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องและสะโพก
- เด็กบ่นเหนื่อยง่ายเวลาเดินขึ้นบันได หรือวิ่งตามเพื่อนไม่ทัน หอบเร็วกว่าปกติ
- มีรอยดำบริเวณข้อพับ คอ หรือรักแร้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะดื้ออินซูลิน
- เริ่มสูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าใส่เสื้อผ้าบางประเภท หรือโดนเพื่อนล้อที่โรงเรียน
โรคร้ายอะไรบ้างที่แอบซ่อนมากับความอ้วนในเด็ก?
ในฐานะหมอ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวเลขบนตาชั่งที่มันดูเยอะเกินวัยครับ แต่คือโรคแทรกซ้อนที่เด็กอ้วนมีโอกาสเป็นมากกว่าเด็กปกติหลายเท่าตัว
ภาวะไขมันพอกตับและโรคเบาหวานชนิดที่สอง
สมัยก่อนเราจะเจอโรคเบาหวานในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากแล้ว แต่ปัจจุบันหมอตรวจพบเด็กอายุเพียงสิบขวบเศษที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่สองและมีภาวะไขมันพอกตับแล้ว ตับของเด็กเริ่มทำงานผิดปกติจากไขมันที่ไปเบียดบังเซลล์ตับ ส่งผลระยะยาวถึงอนาคตเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่
ปัญหาเรื่องกระดูกและข้อต่อที่ต้องแบกรับน้ำหนักเกิน
โครงสร้างกระดูกของเด็กยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต การที่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้ข้อต่อโดยเฉพาะหัวเข่าและข้อเท้าต้องทำงานหนัก เกิดอาการปวดข้อ หรือบางรายมีภาวะข้อสะโพกเคลื่อนผิดรูปตามมาได้ง่าย
วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดึงลูกออกจากหน้าจอแบบไม่ใช้วิธีหักดิบ
การแก้ปัญหาโรคอ้วนในเด็กจากการขาดการเคลื่อนไหว ไม่ใช่การบังคับให้เด็กอดอาหารเด็ดขาด เพราะเด็กกำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโตที่ต้องการสารอาหารครบถ้วน แต่เราต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในครอบครัวร่วมกัน
- จำกัดเวลาหน้าจออย่างจริงจัง: กำหนดเวลาการใช้มือถือหรือดูทีวีร่วมกันในครอบครัว เช่น ไม่เกินวันละหนึ่งชั่วโมงหลังการบ้านเสร็จ
- หากิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกันนอกบ้าน: ชวนกันไปปั่นจักรยาน เดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือพาไปว่ายน้ำในช่วงวันหยุด เพื่อให้การเคลื่อนไหวร่างกายกลายเป็นเรื่องสนุก
- ปรับเปลี่ยนตู้เย็นที่บ้าน: ลดการซื้อน้ำหวาน ขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบ เปลี่ยนเป็นผลสด นมจืด หรือธัญพืชที่มีประโยชน์แทน
- เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น: เด็กมักจะเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ปกครอง ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชวนกันขยับร่างกายและเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ลูกก็จะทำตามโดยไม่ต้องบังคับ
การพาเด็กๆ กลับมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และความรักจากคนในครอบครัว ค่อยๆ ปรับทีละนิดเพื่อให้เด็กไม่รู้สึกว่าถูกลงโทษ แต่ได้เรียนรู้การรักสุขภาพไปตลอดชีวิตครับ