ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วันไหนที่รู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรเลย แม้แต่เรื่องที่เคยชอบ

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการคล้ายกันคือ รู้สึกเหนื่อยล้าทางใจ ไม่อยากลุกขึ้นมาเรียนหนังสือ หรือเริ่มกิจกรรมใหม่ๆ ที่เคยตื่นเต้น อาการเหล่านี้ไม่ใช่ความขี้เกียจอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่มันคือ ภาวะขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้และทำกิจกรรม ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบสมองและจิตใจของเรากำลังต้องการการพักผ่อนหรือการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตครับ

ภาวะหมดไฟแบบนี้ เกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง

แรงจูงใจเป็นเรื่องของสารเคมีในสมองที่เรียกว่า โดพามีน (Dopamine) ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลที่ทำให้เราอยากทำสิ่งต่างๆ ต่อไป เมื่อสมองเผชิญกับสภาวะบางอย่างต่อเนื่องนานเกินไป ระดับความพร้อมของสมองจะลดลง โดยมีสาเหตุที่พบบ่อยดังนี้

  • ความเครียดสะสมจากการทำงานหรือการเรียนที่หนักเกินไป
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอหรือคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูสมอง
  • ความคาดหวังในตัวเองที่สูงเกินไปจนกดดันตัวเองตลอดเวลา
  • การทำกิจกรรมซ้ำๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายใหม่ๆ เข้ามา

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังขาดแรงจูงใจขั้นรุนแรง

ลองสำรวจตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้อยู่หรือไม่ เพราะถ้าเป็นบ่อยและต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้ชีวิตในระยะยาว

  • รู้สึกเฉยเมยกับสิ่งที่เคยทำแล้วมีความสุข
  • มีความคิดว่าทำไปก็ไม่ได้อะไร หรือกลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าเริ่มทำ
  • สมาธิสั้นลง จดจ่อกับบทเรียนหรือกิจกรรมได้ไม่นาน
  • รู้สึกเพลียทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกายหนัก

วิธีปรับสมดุลสมองเพื่อเรียกไฟในการใช้ชีวิตกลับคืนมา

เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ที่ไม่ต้องกดดันตัวเอง

ความผิดพลาดส่วนใหญ่ของคนที่มีภาวะขาดแรงจูงใจคือการตั้งเป้าหมายใหญ่เกินไปจนสมองปฏิเสธการตอบสนอง ลองเปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายที่ทำสำเร็จได้ง่ายๆ ในแต่ละวัน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น การอ่านหนังสือเพียงวันละ 10 นาที หรือการจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ ความสำเร็จเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นโดพามีนให้สมองกลับมาทำงานได้ดีขึ้น

ปรับวงจรการนอนและกิจกรรมให้สมดุล

สมองที่ขาดการพักผ่อนจะสูญเสียพลังงานในการตัดสินใจและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การนอนที่มีคุณภาพอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงมีความสำคัญมาก นอกจากนี้ การขยับร่างกายด้วยการออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมองและลดความเครียดได้ดีกว่าการนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงทั้งวัน

สำรวจสภาพแวดล้อมที่ทำให้หมดพลัง

บางครั้งคนรอบข้างหรือสภาพแวดล้อมในการเรียนและการทำงานอาจเป็นตัวบั่นทอนกำลังใจ ลองปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัวให้น่าอยู่ขึ้น หรือตัดการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียที่ทำให้เรารู้สึกเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น เพราะการลดปัจจัยรบกวนจะช่วยให้สมองกลับมาโฟกัสกับตัวเองได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่อาการนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และควรหาหมอ

หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วในช่วง 2-4 สัปดาห์แต่อาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะซึมเศร้า ไม่อยากอาหาร นอนไม่หลับติดต่อกันนานๆ จนกระทบต่อการทำงานและการเรียนอย่างรุนแรง การมาพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพจิตถือเป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะบางครั้งภาวะนี้อาจเป็นอาการนำของโรคทางกายหรือภาวะซึมเศร้าที่ต้องได้รับการดูแลด้วยวิธีการทางการแพทย์ควบคู่ไปกับการปรับทัศนคติ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down