ตื่นมาแล้วจาม คัดจมูก น้ำมูกไหลทุกเช้า เป็นเพราะอะไรกันแน่นะ
หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยอาการเดิมๆ ทุกวัน คือตื่นนอนมาปุ๊บก็ต้องจามติดต่อกันหลายครั้ง คัดจมูก แน่นจมูก หรือมีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมา ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่สบายหรือเป็นไข้หวัด อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเองในช่วงสายของวัน แต่พอกลับมาเจอฝุ่น เจออากาศเย็น หรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อม อาการก็กำเริบขึ้นมาอีกจนน่ารำคาญ
ในฐานะแพทย์ สิ่งที่มักจะถามคนไข้กลุ่มนี้เสมอคือ สภาพแวดล้อมรอบตัวในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร เพราะต้นตอจริงๆ ของปัญหาไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่มาจาก ภาวะภูมิแพ้อากาศและสิ่งแวดล้อม ที่ร่างกายของเราไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวมากจนเกินไป
ทำความรู้จักกลไก เมื่อภูมิต้านทานในร่างกายเข้าใจผิดว่าฝุ่นคือศัตรู
ร่างกายมนุษย์เรามีความฉลาดและมีระบบภูมิคุ้มกันคอยปกป้องอันตราย แต่สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันนี้ดันทำงานไวเกินเหตุ เมื่อเราสูดเอาอากาศที่มีสิ่งแปลกปลอม ฝุ่นละออง หรือแม้แต่อากาศที่เย็นจัดเข้าไป ร่างกายกลับมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายร้ายแรง
ระบบภูมิคุ้มกันจึงหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) และสารเคมีอื่นๆ ออกมาเพื่อต่อสู้ ซึ่งสารเหล่านี้แหละครับที่เป็นตัวการทำให้เยื่อบุโพรงจมูกบวมอักเสบ ต่อMน้ำมูกผลิตออกมามากกว่าปกติ และกระตุ้นเส้นประสาทให้เกิดอาการจาม เพื่อขับสิ่งแปลกปลอมนั้นออกไป ผลลัพธ์ก็คืออาการคัดจมูก จาม และระคายเคืองจมูกที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันนั่นเอง
สิ่งแวดล้อมรอบตัวอะไรบ้างที่เป็นตัวการกระตุ้นให้ภูมิแพ้กำเริบ
เมื่อพูดถึงสิ่งแวดล้อม หลายคนมักนึกถึงแค่อากาศภายนอกบ้าน แต่จริงๆ แล้ว สิ่งแวดล้อมภายในบ้านและห้องนอนของเราต่างหากที่เป็นแหล่งสะสมตัวกระตุ้นชั้นดี มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ
ไรฝุ่น ตัวการตัวร้ายที่ซ่อนอยู่บนที่นอนและหมอน
ไรฝุ่นเป็นสัตว์ตัวเล็กจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พวกมันชอบอาศัยอยู่ตามที่นอน หมอน โซฟาผ้า และพรม โดยกินสะเก็ดผิวหนังของมนุษย์เป็นอาหาร เวลาที่เรานอนหลับแล้วหายใจเอาฝุ่นละอองจากหมอนเข้าไป เจ้าไรฝุ่นและมูลของมันนี่แหละครับที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ชั้นยอด ทำให้ตื่นมาแล้วจามทันที
ฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษในอากาศยุคปัจจุบัน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝุ่นละอองในบ้านเราทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฝุ่นเหล่านี้มีขนาดเล็กมากจนหน้ากากอนามัยธรรมดากรองไม่อยู่ เมื่อสูดดมเข้าไป ฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นเยื่อบุทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วมีอาการแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่มลพิษหนาแน่น
สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและความชื้นในบ้าน
อากาศที่เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน หรือห้องที่มีความชื้นสูงจนเกิดเชื้อราที่มองไม่เห็นตามมุมห้อง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองได้ง่าย ใครที่ชอบนอนเปิดแอร์เย็นจัดแล้วตื่นมาคัดจมูก ก็เป็นเพราะเยื่อบุจมูกปรับตัวไม่ทันกับความเย็นและแห้งของอากาศในห้องนอนเช่นกัน
วิธีดูแลตัวเองและปรับสภาพแวดล้อม เพื่อลดอาการภูมิแพ้กวนใจ
การรักษาภาวะภูมิแพ้อากาศและสิ่งแวดล้อมให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่แค่การกินยาแก้แพ้ไปเรื่อยๆ แต่เป็นการตัดวงจรและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอย่างตรงจุด ซึ่งสามารถเริ่มต้นทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังนี้ครับ
- จัดการห้องนอนและเครื่องนอน: ซักปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียสเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อฆ่าไรฝุ่น และหากเป็นไปได้ควรเลือกใช้ชุดเครื่องนอนกันไรฝุ่น
- ลดแหล่งสะสมฝุ่นภายในบ้าน: หลีกเลี่ยงการใช้พรมเช็ดเท้าหรือโซฟาผ้าที่อมฝุ่น หมั่นทำความสะอาดบ้านด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แทนการกวาดหรือใช้ไม้ขนไก่ เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
- ควบคุมความสะอาดของอากาศ: การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ในห้องนอนหรือห้องทำงาน จะช่วยดักจับฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้เป็นอย่างดี
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: วิธีนี้ช่วยชะล้างน้ำมูก ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ที่ตกค้างอยู่ในโพรงจมูกให้ออกไปได้โดยตรง ทำให้โพรงจมูกโล่งขึ้นและลดอาการอักเสบได้อย่างปลอดภัย
วิธีรักษาทางการแพทย์เมื่อปรับสิ่งแวดล้อมแล้วยังไม่ดีขึ้น
สำหรับบางคนที่ปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างเต็มที่แล้ว อาการยังคงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การมาพบแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงและรับการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นทางเลือกที่จำเป็น โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้แนวทางเหล่านี้
- การใช้ยาต้านฮีสตามีนชนิดไม่ง่วง: เพื่อช่วยบรรเทาอาการจามและน้ำมูกไหลโดยไม่รบกวนเวลาทำงานในตอนกลางวัน
- ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกชนิดเฉพาะที่: เป็นยาที่มีความปลอดภัยสูงเพราะออกฤทธิ์เฉพาะที่โพรงจมูก ช่วยลดการอักเสบเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่ต้องกินยาในปริมาณมาก
- การทดสอบภูมิแพ้และการรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด: สำหรับคนไข้ที่มีอาการรุนแรงและต้องการรักษาที่ต้นเหตุ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจหาสารก่อภูมิแพ้เฉพาะตัว เพื่อพิจารณาฉีดหรืออมวัคซีนภูมิแพ้ในการสร้างความคุ้นเคยให้ภูมิคุ้มกันในระยะยาว
โรคภูมิแพ้อากาศอาจเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาดในทันที แต่ถ้าเราเข้าใจกลไกของร่างกาย และรู้จักปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้สะอาดปราศจากตัวกระตุ้น ควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องทนทรมานกับอาการจามและคัดจมูกอีกต่อไปครับ