ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงหยิบยกความรุนแรงมาเป็นต้นแบบในชีวิตประจำวัน

เวลาเห็นลูกๆ หรือเด็กในบ้านดูการ์ตูนแล้วทำท่าต่อสู้ เลียนแบบฉากตัวละครทำร้ายกัน หรือแม้แต่การเล่นรุนแรงกับเพื่อนที่โรงเรียน พ่อแม่หลายคนมักตกใจและกังวลว่าลูกจะมีนิสัยก้าวร้าวในอนาคตหรือไม่ หมออยากบอกว่า พฤติกรรมการเลียนแบบความรุนแรงในเด็กไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจร้ายเสมอไป แต่มักเป็นกระบวนการเรียนรู้ตามธรรมชาติผ่านการสังเกตสิ่งรอบตัว

กลไกสมองกับการเรียนรู้ผ่านการสังเกต

สมองของเด็กทำงานเหมือนฟองน้ำที่คอยซึมซับข้อมูลรอบข้าง โดยเฉพาะช่วงปฐมวัยที่ทักษะการตัดสินใจเชิงจริยธรรมยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อเด็กเห็นตัวละครในสื่อ หรือเห็นบุคคลใกล้ชิดใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา สมองจะบันทึกสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นทางเลือกหนึ่งในการแสดงออก เมื่อเด็กต้องเผชิญกับความคับข้องใจหรือความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง พวกเขาจึงมักหยิบเอาพฤติกรรมที่เคยเห็นมาใช้โดยไม่ได้กลั่นกรองก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่

สื่อและสภาพแวดล้อม: ปัจจัยกระตุ้นที่มองข้ามไม่ได้

  • สื่อหน้าจอ: เกมที่เน้นการต่อสู้ หรือการ์ตูนที่มีฉากตีรันฟันแทงบ่อยครั้ง ทำให้เด็กเกิดภาวะชินชากับความรุนแรง
  • คนใกล้ชิด: หากในบ้านมีการใช้คำพูดรุนแรง หรือการลงโทษด้วยกำลัง เด็กจะเข้าใจโดยอัตโนมัติว่านี่คือวิธีการสื่อสารที่ถูกต้อง
  • ความต้องการการยอมรับ: บางครั้งเด็กใช้ความรุนแรงเพียงเพื่อต้องการเป็นจุดสนใจ หรือต้องการมีอำนาจเหนือผู้อื่นในกลุ่มเพื่อน

วิธีปรับจูนพฤติกรรมให้ลูกเข้าใจโลกในมุมมองใหม่

หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรง หมอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ลองปรับเปลี่ยนวิธีสื่อสาร แทนที่จะดุว่าหรือใช้ความรุนแรงตอบโต้กลับ ให้ลองทำสิ่งเหล่านี้ดูครับ

การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกกล้าเปิดใจ

เมื่อเห็นลูกแสดงพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรง ให้เรียกมาพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและสงบ ถามถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำนั้นๆ มากกว่าการพุ่งเป้าไปที่การลงโทษ เพื่อให้เด็กได้ฝึกทักษะการเล่าความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดแทนการใช้กำลัง

เปลี่ยนจากการสั่งห้ามเป็นการเสนอทางเลือก

การบอกแค่ว่าห้ามทำ มักไม่ได้ผลดีเท่ากับการสอนว่าควรทำอย่างไรเมื่อโกรธ เช่น สอนให้ลูกบอกความต้องการของตัวเอง หรือเดินออกมาจากสถานการณ์นั้นก่อนจะลงมือทำอะไรลงไป การมีตัวอย่างพฤติกรรมที่เป็นบวกให้เด็กเห็น จะช่วยให้เขามีต้นแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม

จำกัดสื่อและเพิ่มคุณภาพเวลาในครอบครัว

ลองหันมาคัดกรองสื่อที่ลูกเสพให้มากขึ้น และใช้เวลาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันบ่อยขึ้น กิจกรรมที่ต้องใช้ความร่วมมือหรือการสื่อสารจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่า การใช้ความอ่อนโยนและการเจรจาสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ความรุนแรงเสมอ

สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่าพฤติกรรมการเลียนแบบความรุนแรงไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่แก้ไขไม่ได้ แต่เป็นสัญญาณว่าเด็กต้องการการชี้แนะและการปรับจูนจากผู้ใหญ่ใกล้ชิด เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความฉลาดทางอารมณ์และรู้จักวิธีจัดการกับความโกรธได้อย่างเหมาะสมครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down