เรื่องที่หมออยากบอก เมื่อคุณผู้หญิงต้องเผชิญกับการฉายแสงอุ้งเชิงกราน
เวลาที่คนไข้ผ่านพ้นการรักษาโรคมะเร็งในอุ้งเชิงกราน เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ หมอดีใจด้วยเสมอที่เราชนะโรคนี้มาได้ แต่พอกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติ หลายคนเริ่มสังเกตว่าร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โดยเฉพาะความรู้สึกเจ็บตึงหรือความคับแคบเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการฉายรังสีรักษา แต่ผู้หญิงหลายคนอาจจะเขินอายเกินกว่าจะกล้าเล่าให้หมอฟัง
ทำไมการฉายรังสีถึงทำให้ช่องคลอดตีบตันได้
รังสีรักษาที่เราใช้กำจัดเซลล์มะเร็งนั้น แม้จะออกแบบมาอย่างแม่นยำแค่ไหน ก็มักจะมีผลกระทบกับเนื้อเยื่อปกติที่อยู่รอบข้างด้วย รังสีจะไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดเป็นพังผืดขึ้นมาดึงรั้ง ทำให้ผนังช่องคลอดแห้ง บางลง และหดสั้นลง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลรักษา ช่องคลอดอาจตีบแคบลงจนติดกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเรื่องเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังทำให้เวลาหมอตรวจภายในกลายเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก และอาจเป็นอุปสรรคต่อการติดตามอาการของโรคด้วย
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าช่องคลอดเริ่มตีบแคบ
อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มักจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปหลังจากจบรังสีรักษาได้ไม่นาน สัญญาณที่คนไข้สังเกตได้ด้วยตัวเองมีดังนี้
- รู้สึกเจ็บหรือแน่นมาก เวลาพยายามมีเพศสัมพันธ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น
- ใส่แท่งขยายหรือใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ยากขึ้น รู้สึกว่าช่องทางแคบลงกว่าเดิม
- มีเลือดออกซิบๆ หรือรู้สึกเจ็บแปล๊บขณะสอดใส่
- เวลากลปัสสาวะมีความรู้สึกหน่วงๆ หรือระคายเคืองร่วมด้วย
วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะช่องคลอดตีบตัน
ข่าวดีคือ ภาวะนี้ป้องกันและบรรเทาได้หากเราเริ่มลงมือทำตั้งเนิ่นๆ วิธีที่ได้ผลดีที่สุดและหมอแนะนำคนไข้เสมอมีดังนี้
การใช้แท่งขยายช่องคลอดอย่างสม่ำเสมอ
อุปกรณ์นี้หน้าตาคล้ายแท่งทรงกระบอกขนาดไล่เลี่ยกัน หมอจะแนะนำให้เริ่มใช้หลังจากแผลฉายแสงหายดีแล้ว การใช้แท่งขยายเปรียบเสมือนการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันไม่ให้พังผืดดึงรั้งช่องคลอดให้หดตัวลง ควรทำอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของพยาบาลหรือแพทย์ โดยใช้เจลหล่อลื่นร่วมด้วยเพื่อลดการเสียดสี
การมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
สำหรับคนที่มีคู่นอน การมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอก็ช่วยยืดหยุ่นเนื้อเยื่อได้เช่นกัน แต่ต้องทำด้วยความนุ่มนวล ใช้เจลหล่อลื่นสูตรน้ำปริมาณมาก และหากรู้สึกเจ็บควรหยุดพักทันที ไม่ควรฝืน
การขยับร่างกายและบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
การออกกำลังกายเบาๆ และการฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercise) ช่วยให้เลือดลมบริเวณนั้นไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดการสะสมของพังผืดได้ระดับหนึ่ง
ความชุ่มชื้นสำคัญกว่าที่คิด เลือกใช้ตัวช่วยอย่างไรให้ปลอดภัย
เนื่องจากรังสีมักทำให้ต่อมสร้างหล่อลื่นตามธรรมชาติทำงานลดลง ช่องคลอดจึงแห้งสนิท การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น (Vaginal moisturizer) ที่ใช้เป็นประจำ และเจลหล่อลื่นสูตรน้ำ (Water-based lubricant) ในเวลาที่มีกิจกรรม จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อที่บอบบางอยู่แล้วเกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้นไปอีก
อาการแบบไหนที่ควรกลับมาปรึกษาหมอด่วน
แม้ว่าการดูแลตัวเองที่บ้านจะเป็นหัวใจสำคัญ แต่ถ้าหากคนไข้เริ่มมีอาการเหล่านี้ อย่าเก็บไว้คนเดียว รีบมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการจะดีที่สุดครับ
- พยายามใช้แท่งขยายแล้วเจ็บมากจนทนไม่ไหว หรือมีเลือดสดๆ ออกมาทุกครั้ง
- ช่องคลอดตีบตันจนไม่สามารถสอดใส่อะไรได้เลย
- มีอาการปวดหน่วงท้องน้อยเรื้อรังร่วมด้วย
- มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีไข้ร่วมด้วย ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ
สุดท้ายนี้ หมออยากย้ำว่าภาวะช่องคลอดตีบตันจากรังสีรักษาเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้จากการรักษาชีวิตจากโรคร้าย เราไม่จำเป็นต้องอายที่จะปรึกษาแพทย์ ยิ่งรู้ตัวเร็วและเริ่มต้นดูแลรักษาความยืดหยุ่นของช่องคลอดเร็วเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขในชีวิตคู่ได้เร็วขึ้นเท่านั้นครับ