ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่กำลังทำงานเพลินๆ หรือเดินทางไกล แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาอย่างรุนแรง แต่พอวิ่งเข้าห้องน้ำกลับปัสสาวะออกเพียงนิดเดียว แถมยังมีอาการแสบขัดร้อนวาบตรงปลายท่อปัสสาวะจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด บางคนอาจมีอาการเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยร่วมด้วย อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนของ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน โรคยอดฮิตที่สร้างความทรมานให้กับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงออฟฟิศที่ทำงานจนไม่มีเวลาลุกไปห้องน้ำ

ทำไมอยู่ๆ ก็ปัสสาวะแสบขัด? มารู้จักโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลันกัน

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน คือการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกะทันหัน โดยส่วนใหญ่แล้ว แบคทีเรียตัวการสำคัญก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่เป็นเชื้ออีโคไล (E. coli) ซึ่งเป็นแบคทีเรียประจำถิ่นที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่และทวารหนักของเราเอง

หลายคนมักสงสัยว่า แล้วเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้เข้าไปอยู่ในกระเพาะปัสสาวะได้อย่างไร? คำตอบคือ เชื้อโรคเหล่านี้สามารถเล็ดลอดผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปสู่กระเพาะปัสสาวะได้ โดยโครงสร้างร่างกายของผู้หญิงจะมีท่อปัสสาวะที่สั้นกว่าผู้ชาย และอยู่ใกล้กับช่องคลอดและทวารหนักมากกว่า จึงทำให้เชื้อโรคเดินทางเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่าผู้ชายหลายเท่าตัว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงถึงเป็นโรคนี้บ่อยกว่าผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด

ตัวการร้ายใกล้ตัวที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าร่างกายของเราจะมีกลไกตามธรรมชาติในการขับไล่แบคทีเรียออกไปผ่านการปัสสาวะ แต่พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันกลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ดียิ่งขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่

  • การอั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน: เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ เมื่อเราอั้นปัสสาวะ น้ำปัสสาวะที่ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของแบคทีเรีย
  • การทำความสะอาดหลังขับถ่ายที่ผิดวิธี: การเช็ดทำความสะอาดจากหลังมาหน้า จะเป็นการลากเอาเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักเข้ามาสู่ช่องคลอดและท่อปัสสาวะโดยตรง
  • การดื่มน้ำน้อยเกินไป: เมื่อร่างกายขาดน้ำ ปริมาณปัสสาวะจะลดลงและเข้มข้นขึ้น ทำให้ไม่มีน้ำปัสสาวะมาช่วยชะล้างแบคทีเรียออกจากท่อปัสสาวะตามธรรมชาติ
  • การมีเพศสัมพันธ์: แรงกระแทกจากการมีเพศสัมพันธ์สามารถดันแบคทีเรียที่อยู่บริเวณรอบๆ ให้เข้าไปในท่อปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ซึ่งในทางการแพทย์บางครั้งเรียกว่า อาการฮันนีมูน (Honeymoon Cystitis)
  • การใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป: กางเกงหรือกางเกงในที่รัดแน่นและอับชื้น จะสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

เช็กอาการด่วน แบบไหนคือสัญญาณเตือนของโรคนี้

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันภายในวันหรือสองวัน มีโอกาสสูงมากที่จะกำลังเผชิญกับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน

  • รู้สึกแสบ ขัด หรือร้อนวาบขณะปัสสาวะ โดยเฉพาะตอนที่ปัสสาวะกำลังจะสุด
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ บางครั้งห่างกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และมักจะรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างเร่งด่วนจนอั้นไม่อยู่
  • รู้สึกปวดตื้อ ปวดหน่วง หรือเจ็บเกร็งบริเวณท้องน้อยเหนือกระดูกหัวหน่าว
  • น้ำปัสสาวะมีสีขุ่น มีกลิ่นเหม็นฉุนผิดปกติ หรือในรายที่มีการอักเสบรุนแรง อาจพบปัสสาวะปนเลือดสีแดงเรื่อหรือสีชมพู

เมื่อไปพบหมอ จะต้องตรวจและรักษาอย่างไรบ้าง

เมื่อตัดสินใจมาพบแพทย์ การวินิจฉัยโรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติอาการ และทำการตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อหาเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง หรือเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ ซึ่งสามารถทราบผลได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

แนวทางการรักษาหลักสำหรับ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน คือการใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) เพื่อกำจัดแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานประมาณ 3 ถึง 5 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของยา สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องย้ำเตือนคือ ต้องกินยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นหรือหายไปตั้งแต่วันแรกๆ ที่กินยาก็ตาม เพราะการหยุดยาเองกลางคันจะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยา และกลับมาอักเสบซ้ำอีกครั้งซึ่งจะรักษายากกว่าเดิมมาก

นอกจากยาปฏิชีวนะแล้ว แพทย์อาจจ่ายยาบรรเทาอาการแสบขัดของท่อปัสสาวะ หรือยาคลายการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะร่วมด้วย เพื่อช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้นในระหว่างที่ยารักษาโรคกำลังออกฤทธิ์

วิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ให้หายเร็วขึ้น และเคล็ดลับป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลตัวเองที่บ้านเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และป้องกันไม่ให้โรคนี้กลับมาเยือนซ้ำอีก

การปฏิบัติตัวในขณะที่มีอาการอักเสบ

  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 2.5 ถึง 3 ลิตร การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยเจือจางน้ำปัสสาวะและขับล้างแบคทีเรียออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น
  • ห้ามอั้นปัสสาวะเด็ดขาด: เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะให้รีบไปเข้าห้องน้ำทันที เพื่อไม่ให้เชื้อโรคมีเวลาฝังตัวและแพร่พันธุ์
  • ประคบอุ่นลดอาการปวดหน่วง: หากรู้สึกปวดเกร็งที่ท้องน้อย การใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นประคบอุ่นมาวางบริเวณท้องน้อยจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดได้ดี
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ: งดชา กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ และอาหารรสจัดชั่วคราว เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนักและระคายเคืองมากขึ้น

วิธีป้องกันเพื่อบอกลาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบตลอดไป

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเช็ดทำความสะอาดหลังการขับถ่าย โดยเช็ดจาก "ด้านหน้าไปด้านหลัง" เสมอ
  • ปัสสาวะทิ้งทุกครั้งหลังการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยขับไล่แบคทีเรียที่อาจถูกดันเข้าไปในท่อปัสสาวะ และทำความสะอาดร่างกายอย่างอ่อนโยน
  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีน้ำหอมแรงๆ หรือการสวนล้างช่องคลอด เพราะจะไปทำลายแบคทีเรียชนิดดีที่คอยปกป้องช่องคลอด
  • สวมใส่กางเกงในที่ทำจากผ้าฝ้าย (Cotton) ซึ่งระบายอากาศได้ดี ไม่เก็บกักความชื้น

สัญญาณอันตรายแบบไหนที่บอกว่าต้องรีบไปหาหมอทันที

โดยทั่วไปแล้ว โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน สามารถรักษาให้หายขาดได้ง่ายและไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง แต่ในบางกรณี หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองอย่างไม่ถูกวิธี เชื้อโรคอาจลุกลามขึ้นไปสู่กรวยไตและเนื้อไต ทำให้เกิดโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงได้

ดังนั้น หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด

  • มีไข้สูง หนาวสั่น
  • มีอาการปวดเอว ปวดบั้นเอว หรือปวดหลังด้านใดด้านหนึ่งอย่างรุนแรง
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลียมาก
  • ปัสสาวะมีเลือดปนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
  • อาการแสบขัดไม่ดีขึ้นเลยหลังกินยาไปแล้ว 48 ชั่วโมง

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลันไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านหรือทนทรมานด้วยความอาย การหันมาใส่ใจดูแลพฤติกรรมการขับถ่าย ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อมีอาการ จะช่วยให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปราศจากความกังวลใจในทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down