ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ยากดภูมิคุ้มกันคืออะไร ทำไมเราถึงต้องใช้

เวลาที่หมอคุยกับคนไข้เรื่องการใช้ยากดภูมิคุ้มกันเพื่อควบคุมโรค หลายคนมักจะมีความกังวลใจ เพราะฟังชื่อแล้วดูน่ากลัวเหมือนเรากำลังไปลดความแข็งแรงของร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของคนเราบางครั้งก็ทำงานผิดพลาดจนกลับมาทำร้ายตัวเอง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรคแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งยากลุ่มนี้แหละครับที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นเบรกคอยดึงให้ภูมิคุ้มกันที่ทำงานหนักเกินไปกลับมาอยู่ในระดับที่สมดุลอีกครั้ง

โรคแบบไหนบ้างที่ต้องพึ่งพายากดภูมิคุ้มกัน

โดยส่วนใหญ่หมอจะสั่งจ่ายยากลุ่มนี้ให้กับคนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เช่น

  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่ภูมิคุ้มกันไปทำลายเยื่อหุ้มข้อต่อ
  • โรคพุ่มพวงหรือโรค SLE ที่ภูมิคุ้มกันไปทำลายอวัยวะภายใน
  • โรคในกลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  • การป้องกันร่างกายต่อต้านอวัยวะใหม่ในกลุ่มคนไข้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ

เป้าหมายหลักคือการลดอาการอักเสบและป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อของร่างกายเสียหายไปมากกว่าเดิม

กลไกการทำงานของยาในร่างกายเรา

ลองจินตนาการว่าภูมิคุ้มกันของเราคือทหารที่คอยปกป้องบ้าน แต่ในโรคเหล่านี้ ทหารเกิดเข้าใจผิดว่าอวัยวะในบ้านเราคือศัตรู จึงพากันระดมยิงปืนใส่ไม่หยุด ยาที่เราใช้เข้าไปมีหน้าที่เหมือนการเข้าไปสั่งให้ทหารเหล่านี้พักผ่อนบ้าง หรือลดจำนวนทหารที่กำลังคลุ้มคลั่งลง เพื่อให้สถานการณ์ภายในร่างกายกลับมาสงบสุข การเลือกใช้ยากลุ่มนี้หมอต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะแต่ละชนิดมีวิธีออกฤทธิ์ที่ต่างกัน บางชนิดกดภูมิรวมๆ บางชนิดเจาะจงเฉพาะตัวการที่ทำให้เกิดปัญหา

สิ่งที่คนไข้ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องกินยาต่อเนื่อง

เมื่อเรากินยาเพื่อลดภูมิคุ้มกัน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือเราจะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เพราะทหารที่เคยเฝ้าบ้านถูกลดกำลังลง ดังนั้นการดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

  • หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับคนที่ไม่สบายหรือมีอาการไอจาม
  • ล้างมือบ่อยๆ และรักษาความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม
  • สังเกตอาการผิดปกติของตัวเอง เช่น มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีแผลที่หายช้าผิดปกติ
  • ห้ามหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้โรคกลับมากำเริบอย่างรุนแรง

การติดตามผลการรักษาและตรวจเลือดสำคัญอย่างไร

การใช้ยากดภูมิคุ้มกันไม่ใช่เรื่องที่จะสั่งยาแล้วจบไป แต่ต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด หมอจำเป็นต้องนัดตรวจเลือดและตรวจร่างกายเป็นระยะ เพื่อดูว่ายาที่กินไปนั้นคุมโรคได้ดีแค่ไหน และส่งผลข้างเคียงต่อตับ ไต หรือเม็ดเลือดของเราหรือไม่ การสื่อสารกับหมอเจ้าของไข้อย่างตรงไปตรงมาหากรู้สึกผิดปกติ เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คนไข้ใช้ชีวิตได้ตามปกติแม้จะมีโรคประจำตัวเหล่านี้อยู่ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down