วันแรกที่คนไข้ต้องกลับบ้านไปพร้อมกับสายระบายหรือถุงทวารเทียม หมอมักจะเห็นแววตาแห่งความกังวลของทั้งตัวคนไข้เองและญาติอยู่เสมอ คำถามยอดฮิตที่หมอเจอบ่อยๆ คือ จะทำแผลพังไหม จะติดเชื้อหรือเปล่า หรือต้องล้างอย่างไรไม่ให้เจ็บ ความจริงแล้ว การล้างแผลและการเปลี่ยนถ่ายถุง ระบายของเหลวไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของทุกคนเลย เพียงแค่ต้องเข้าใจหลักการความสะอาดและมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น
ดูแลแผลผ่าตัดให้ปลอดภัย: ขั้นตอนล้างแผลที่ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน
หัวใจสำคัญที่สุดของการทำแผลคือความสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ยิ่งเป็นแผลที่มีสายระบายหรือแผลเปิด ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย
เตรียมของให้พร้อมก่อนเริ่ม: อุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีติดบ้าน
ก่อนจะลงมือทำแผล แนะนำให้จัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้บนโต๊ะที่สะอาดและแห้ง เพื่อความสะดวกและลดโอกาสที่มือจะไปสัมผัสสิ่งสกปรกภายนอกระหว่างทำแผล อุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องมี ได้แก่
- น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline 0.9%): ใช้สำหรับล้างแผลโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์ราดลงไปบนแผลโดยตรงเพราะจะทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างใหม่และทำให้แผลหายช้าลง
- ชุดทำแผลปลอดเชื้อ: มักประกอบด้วยปากคีบ สำลี และผ้าก๊อซที่ผ่านการอบฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว
- แอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ: ใช้สำหรับเช็ดผิวหนังรอบนอกแผลเท่านั้น ห้ามทาลงในแผลโดยตรง
- ถุงมือแพทย์แบบใช้แล้วทิ้ง: เพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้ทำแผลและตัวคนไข้เอง
- พลาสเตอร์ปิดแผล: ควรเลือกแบบที่ระบายอากาศได้ดีและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองผิวหนัง
เมื่อเตรียมอุปกรณ์เสร็จแล้ว ให้ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดอย่างน้อย 20 วินาที เช็ดมือให้แห้งสนิท จากนั้นสวมถุงมือเพื่อเตรียมตัวทำแผล โดยจำหลักการง่ายๆ คือ เช็ดจากด้านในแผลวนออกไปด้านนอก และไม่ใช้สำลีก้อนเดิมเช็ดซ้ำไปซ้ำมา เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกด้านนอกกลับเข้าไปในแผล
วิธีจัดการถุงระบายของเสียและทวารเทียมแบบมือโปร ไม่เจ็บ ไม่เลอะเทอะ
สำหรับคนไข้ที่มีสายระบายน้ำเหลืองหรือคนไข้ที่มีทวารเทียมทางหน้าท้อง การเปลี่ยนและดูแลถุงระบายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลักการสำคัญของการทำสิ่งนี้คือการป้องกันผิวหนังอักเสบและการรักษาความแน่นหนาเพื่อไม่ให้เกิดการรั่วซึมของสิ่งปฏิกูล
ขั้นตอนการล้างแผลและการเปลี่ยนถ่ายถุงอย่างถูกวิธี
ในส่วนของ การล้างแผลและการเปลี่ยนถ่ายถุง นั้น หมอขอแบ่งออกเป็นสองกรณีหลักเพื่อให้ทำตามได้ง่ายขึ้น
กรณีที่เป็นถุงระบายของเหลวจากแผลผ่าตัด (เช่น สายระบายแบบสุญญากาศ) ควรสังเกตปริมาณของเหลวอย่างสม่ำเสมอ และควรเทของเหลวทิ้งเมื่อมีปริมาณประมาณครึ่งถุง โดยเปิดฝาจุกเทของเหลวออกใส่ภาชนะตวงอย่างระมัดระวัง ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดจุกเทก่อนปิดกลับคืน และบีบถุงระบายให้แบนเพื่อให้เกิดแรงดูดทำงานต่อได้อย่างต่อเนื่อง
ในกรณีที่เป็นถุงทวารเทียมหน้าท้อง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนถุงระบายคือช่วงเช้าหลังตื่นนอนขณะที่ลำไส้ยังไม่ทำงานบีบตัวมาก โดยค่อยๆ ลอกแผ่นแป้นเก่าออกอย่างเบามือเพื่อป้องกันผิวหนังถลอก
ดูแลผิวรอบแผลและรอบทวารเทียมอย่างไร ไม่ให้แดง คัน และอักเสบ
ปัญหาผิวหนังรอบแป้นทวารเทียมแดง แสบ หรือพุพอง มักเกิดจากน้ำดีหรืออุจจาระรั่วซึมไปสัมผัสผิวหนังโดยตรง วิธีแก้ไขคือต้องวัดขนาดทวารเทียมและตัดช่องแป้นให้พอดี ไม่ให้หลวมจนเหลวซึมได้ง่าย และไม่แคบจนรัดผิวหนัง หลังจากทำความสะอาดผิวรอบๆ ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำอุ่นแล้ว ต้องซับผิวให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนแปะแป้นแผ่นใหม่ลงไป
สัญญาณเตือนสีแดง! อาการแบบไหนที่บอกว่าแผลหรือถุงระบายมีปัญหา
แม้ว่าจะดูแลแผลอย่างตั้งใจ แต่บางครั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ คนไข้และผู้ดูแลจึงต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากพบบริเวณแผลหรือถุงระบายมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที
- สัญญาณการติดเชื้อ: ผิวหนังรอบแผลมีอาการบวม แดง รู้สึกร้อน มีไข้สูง หรือมีหนองไหลซึมออกมารอบสายระบาย
- ลักษณะของเหลวผิดปกติ: มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาในสายระบายในปริมาณมากอย่างพุ่งพรวด หรือของเหลวมีกลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ
- สายระบายมีปัญหา: สายระบายเลื่อนหลุดออกอย่างเห็นได้ชัด หรือระบบสุญญากาศไม่ทำงานทำให้ไม่มีของเหลวไหลออกมาเลยทั้งที่แผลบวมขึ้น
- ผิวหนังเปื่อยพุพอง: ผิวรอบทวารเทียมเปื่อย แดงเข้ม เป็นแผลลึก หรือมีเลือดออกไม่หยุดจากผิวหนังที่ระคายเคือง
การดูแลแผลและถุงระบายที่บ้านอาจจะดูน่ากังวลและเก้งก้างในช่วงแรก แต่เมื่อทำตามขั้นตอนอย่างมีสติและทำบ่อยๆ จะเกิดความเคยชินและทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของคนเรามีความมหัศจรรย์ในการฟื้นฟูตัวเอง ขอเพียงรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แผลจะค่อยๆ สมานตัวดีขึ้นในที่สุด หมอขอเป็นกำลังใจให้คนไข้และผู้ดูแลทุกคนในการก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยดี