ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างใจและกายในชีวิตประจำวัน

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดหัวเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือแน่นหน้าอกโดยที่ตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วไม่พบความผิดปกติทางอวัยวะใดๆ ในเชิงการแพทย์ เรามักพบว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มาจากร่างกายโดยตรง แต่เป็นผลกระทบทางด้านจิตวิทยาและสุขภาพจิตที่สะสมมาเป็นเวลานานจนร่างกายส่งสัญญาณเตือนออกมา

สัญญาณเตือนที่บอกว่าจิตใจกำลังแบกภาระหนักเกินไป

สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของคนที่เป็นโรคทางจิตเวชเท่านั้น แต่หมายถึงสภาวะที่จิตใจสมดุลและมีความพร้อมในการรับมือกับความเครียด หากระบบนี้ทำงานผิดปกติ ร่างกายมักแสดงอาการออกมาผ่านช่องทางเหล่านี้

  • อาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดท้องจากความเครียด
  • การเปลี่ยนแปลงของการนอนหลับ ไม่ว่าจะนอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
  • ความรู้สึกหงุดหงิดง่าย อ่อนเพลียไร้สาเหตุ หรือสมาธิสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง

ทำไมความเครียดถึงเปลี่ยนเป็นอาการป่วยทางกายได้

กลไกการตอบสนองต่อความเครียดในร่างกายเรามีความมหัศจรรย์และซับซ้อน เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน สมองจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา หากสถานการณ์นั้นจบลงร่างกายจะกลับสู่สภาวะปกติ แต่ถ้าความเครียดนั้นค้างคาใจอยู่ตลอดเวลา ร่างกายจะอยู่ในสภาวะตื่นตัวตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลง ความดันโลหิตสูงขึ้น และเกิดความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลกระทบทางด้านจิตวิทยาและสุขภาพจิตที่ส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อคุณภาพชีวิต

วิธีปรับสมดุลใจให้กลับมาแข็งแรง

การดูแลสุขภาพจิตไม่ได้หมายถึงการไปพบจิตแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มได้จากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการรับมือกับความคิดในแต่ละวัน

ฝึกอยู่กับปัจจุบันและจัดลำดับความสำคัญในแต่ละวัน

ลองหัดวางความกังวลเรื่องอนาคตหรือความผิดพลาดในอดีตลงบ้าง การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำได้จริงในขณะนี้ช่วยลดภาระทางสมองได้ดี นอกจากนี้การจัดลำดับงานที่สำคัญจะช่วยลดความรู้สึกว่าถูกบีบคั้นจากเวลา ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของความวิตกกังวล

การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการสื่อสาร

หลายคนเก็บกดปัญหาไว้คนเดียวเพราะกลัวการถูกตัดสิน การมีเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวที่สามารถรับฟังโดยไม่ตัดสิน หรือการปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์อย่างจริงจัง จะช่วยระบายแรงกดดันที่สะสมอยู่ภายในใจออกมาได้ดีที่สุด

เมื่อไหร่ที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล

หากอาการทางกายเริ่มกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีความรู้สึกสิ้นหวังจนไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาที่ต้องวางมือจากความพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองแล้วหันมาขอความช่วยเหลือจากหมอหรือนักจิตวิทยา เพราะการยอมรับว่าใจกำลังป่วยไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการรักษาตนเองให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down