ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คลำเจอต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตและอักเสบ เกิดจากอะไรได้บ้าง

บ่อยครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวล เพราะบังเอิญคลำเจอก้อนนูนๆ บริเวณขาหนีบ และรู้สึกเจ็บเวลาสัมผัส หลายคนมักกังวลไปไกลถึงโรคร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตและอักเสบ ส่วนใหญ่มักเป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม หรือการติดเชื้อในบริเวณใกล้เคียง เช่น บริเวณขา เท้า หรืออุ้งเชิงกราน

ทำความรู้จักต่อมน้ำเหลืองให้มากขึ้นอีกนิด

ต่อมน้ำเหลืองเปรียบเสมือนด่านหน้าของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเรา หน้าที่หลักคือการกรองเชื้อโรคและสารแปลกปลอม เมื่อมีการติดเชื้อเกิดขึ้นในบริเวณที่ต่อมน้ำเหลืองนั้นดูแลอยู่ ต่อมน้ำเหลืองจะทำงานหนักขึ้นจนเกิดการอักเสบ บวมโต และสัมผัสได้ชัดเจนขึ้น หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ต้องรีบรวมตัวกันเพื่อจัดการกับผู้บุกรุกนั่นเอง

สาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองบวม

การที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโตขึ้น มักมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้

  • การติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณขาหรือเท้า เช่น แผลอักเสบจากการเกา เล็บขบ หรือเชื้อราที่เท้า
  • การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
  • อาการบาดเจ็บหรือการอักเสบของเนื้อเยื่อบริเวณขาและสะโพก
  • ในบางกรณีที่พบได้น้อยกว่า อาจเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อภาวะการอักเสบอื่นๆ ที่ไม่ใช่การติดเชื้อโดยตรง

อาการแบบไหนที่ถือว่าปกติ และแบบไหนที่ควรระวัง

หากอาการบวมนั้นมีความเจ็บ สัมผัสแล้วขยับได้เล็กน้อย และมีขนาดลดลงได้เองเมื่อการติดเชื้อหลักหายไป มักไม่ค่อยน่ากังวล แต่หากเข้าข่ายลักษณะต่อไปนี้ แนะนำว่าไม่ควรปล่อยผ่านและควรนัดเข้ามาตรวจกับหมอโดยเร็ว

  • ก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ หรือมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
  • คลำแล้วรู้สึกแข็งมาก ผิวสัมผัสขรุขระ ไม่มีความยืดหยุ่น
  • กดแล้วไม่รู้สึกเจ็บ แต่ก้อนกลับยึดติดแน่น ขยับไม่ได้
  • มีไข้เรื้อรัง น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่มีสาเหตุ หรือมีเหงื่อออกมากในตอนกลางคืน

การตรวจวินิจฉัยเพื่อความสบายใจ

เมื่อมาพบหมอ ขั้นตอนแรกจะเป็นการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงตรวจร่างกายบริเวณขาและเท้าเพื่อหาจุดที่เป็นต้นตอของการติดเชื้อ หากมีความจำเป็น หมออาจแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดเพื่อดูค่าการอักเสบ หรือการทำอัลตราซาวด์ เพื่อดูลักษณะของก้อนน้ำเหลืองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในบางกรณีที่ยังไม่แน่ใจ หมออาจพิจารณาการเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง

วิธีดูแลตัวเองในเบื้องต้น

หากอาการเพิ่งเกิดขึ้นและไม่รุนแรง สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้โดยการสังเกตอาการใกล้ชิด รักษาความสะอาดของแผลหรือบริเวณที่ติดเชื้อ และเลี่ยงการกดหรือคลำก้อนบ่อยๆ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น ที่สำคัญคือไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองโดยไม่ได้ผ่านการวินิจฉัย เพราะหากสาเหตุไม่ใช่แบคทีเรีย ยาเหล่านั้นก็จะไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นแต่อย่างใด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down